ReadyPlanet.com
dot dot
bulletวีซ่าประเทศอเมริกา
bulletวีซ่าประเทศอังกฤษ
dot
Newsletter

dot
bulletทัวร์เกาหลี
bulletชื่อและที่อยู่สถานทูตต่างๆในประเทศไทย
bulletการจดทะเบียนสมรสของคนไทยกับชาวฝรั่งเศส
bulletการจดทะเบียนสมรสของคนไทยกับชาวอเมริกัน
bulletวีซ่าเกาหลี
bulletวีซ่าอินเดีย
bulletvisa serbia
bulletรวมศัพท์งานแปล
bulletตำแหน่งต่างๆ




วีซ่าประเทศอเมริกา

 

 

 ใหม่ล่าสุดการนัดหมาย

 

สร้างprofile  เพื่อการนัดสัมภาษณ์

วีซ่าชั่วคราว New...Form DS-160

 updated ล่าสุด!!

 

 

ยื่นคำร้องขอวีซ่า



ข้อมูลทั่วไป

กรุณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าท่านจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าหรือไม่ หากท่านมีวีซ่าอเมริกาที่มีอายุการใช้งานคงเหลืออยู่แล้ว หรือหากท่านเป็นผู้ถือสัญชาติของประเทศที่เข้าร่วมในโปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า ท่านอาจไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าอเมริกาใหม่อีก

ในกรณีที่ท่านต้องยื่นขอวีซ่าชั่วคราว กรุณาปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีการสมัคร

ขั้นตอนที่ 1

สำหรับผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว:

ท่านสามารถดูประเภทวีซ่าที่ท่านต้องขอได้ที่ วีซ่าชั่วคราวทั่วไป วีซ่าแต่ละประเภทจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและเอกสารที่ต้องใช้ ในการยื่นคำร้อง ให้เลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของท่าน

โปรดศึกษา โปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่าด้วย หากประเทศของท่านเข้าร่วมในโปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า ท่านก็ไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่า หาก ท่านเดินทางเพื่อธุรกิจหรือท่อง เที่ยว และ จะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เกิน 90 วัน

ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนต่อไปก็คือการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้เสร็จสมบูรณ์ โปรดอ่าน วิธีการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 อย่าง ละเอียด ข้อมูลทั้งหมดที่กรอกจะต้องถูกต้องและเป็นความจริง เมื่อยื่นแบบฟอร์มแล้วท่านจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงใดๆได้อีก หากต้องการความช่วยเหลือโปรดปรึกษาหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านวีซ่าหรือ บริษัทแปล ศูนย์บริการข้อมูลจะไม่สามารถช่วยท่านกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ได้ เมื่อกรอกและยื่นแบบฟอร์มเสร็จแล้ว ท่านจะได้รับหมายเลขยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งจะต้องใช้เพื่อจองนัดสัมภาษณ์

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อระบุประเภทวีซ่าและกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้ว ผู้สมัครต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ที่ หน้าค่าธรรมเนียมวีซ่า จะแสดงรายละเอียดของประเภทวีซ่าและค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าแต่ละประเภทในสกุลเงินเหรียญสหรัฐและสกุลเงินท้องถิ่น

ในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า โปรดศึกษาข้อมูลที่หน้า ธนาคารและวิธีชำระค่าธรรมเนียม  ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ท่านจะต้องสร้างโปรไฟล์และเก็บหมายเลขใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าไว้ เพื่อทำการจองนัดสัมภาษณ์ในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 4

ในขั้นตอนนี้ท่านจะต้อง ล็อกอิน เข้า โปรไฟล์ของท่านด้วยรหัสอ้างอิงเดียวกับที่ท่านใช้ตอนที่ชำระค่าธรรมเนียม วีซ่า เมื่อท่านเข้าสู่ระบบแล้วท่านจะพบหน้าจอที่แสดงข้อมูลเฉพาะของท่าน

ให้คลิกปุ่ม “นัดสัมภาษณ์วีซ่า” ที่เมนูด้านซ้ายมือ

จากนั้นระบบจะเริ่มต้นขั้นตอนทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าของท่าน โดยท่านจะต้องกรอกข้อมูลดังต่อไปนี้

  • หมายเลขหนังสือเดินทางของท่าน
  • หมายเลขใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าของท่าน คลิก ที่นี่ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการค้นหาหมายเลขดังกล่าว
  • หมายเลขบาร์โค้ดสิบ (10) หลักที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160

ระหว่างขั้นตอนนี้ ท่านจะสามารถเลือกประเภทวีซ่าของท่าน กรอกข้อมูลส่วนตัว เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผู้อยู่ในอุปการะ เลือกที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารคืน ยืนยันการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้

ขั้นตอนที่ 5

ไปที่ สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ตามวันและเวลาที่ท่านมีนัดสัมภาษณ์ และตรวจสอบข้อมูลที่อธิบายไว้ในหน้า การทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าเพื่อดูรายการเอกสารที่จำเป็นต้องนำติดตัวมาด้วยในวันนัดสัมภาษณ์

ขั้นตอนที่ 6

หากวีซ่าของท่านได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะถูกส่งไปตามที่อยู่ที่ท่านได้ระบุไว้ระหว่างขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์วีซ่า

 

 

ข้อมูลเกี่ยวกับแบบฟอร์ม DS-160

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

ผู้สมัครทุกท่านรวมถึงผู้สมัครที่เป็นเด็กจะต้องมีใบคำร้องขอวีซ่า DS-160 ของตนเองโดยเฉพาะ โดยผู้สมัครแต่ละท่านจะต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้สมบูรณ์และยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถาน ทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ในการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าผู้สมัครจะต้องใช้หมายเลขบาร์โค้ดที่พบได้จากหน้า ยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 โดยท่านจะสามารถยื่นแบบฟอร์ม DS-160 ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาจะไม่รับใบสมัครที่กรอกด้วยลายมือหรือพิมพ์จาก เครื่องพิมพ์ และท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสัมภาษณ์วีซ่าหากไม่ได้นำหน้ายืนยันแบบ ฟอร์ม DS-160 ติดตัวมาด้วย

เมื่อท่านลงชื่อในแบบฟอร์ม DS-160 ของท่านผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่าท่านได้รับรองว่าข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในแบบฟอร์มนั้นเป็นความ จริงและถูกต้องทุกประการ การกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้ท่านเสียสิทธิ์ในการเดินทางเข้า ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำตอบของท่านถูกต้องและท่านตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว

หมายเหตุ: สามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ไปยังเว็บไซต์นี้ เนื่องจากทางเราไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ความช่วยเหลือใดๆเกี่ยวกับขั้นตอนนี้ได้

วิธีการกรอกแบบฟอร์ม DS-160

กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้เสร็จสมบูรณ์และส่งหลังจากอ่านขั้นตอนการขอวีซ่าชั่วคราวเรียบ ร้อยแล้ว ท่านต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้สมบูรณ์และยื่นแบบฟอร์มผ่านระบบออนไลน์ก่อนทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่สถาน ทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา

  • สถานทูตหรือสถานกงสุลที่ท่านเลือกในช่วงต้นของแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องเป็นสถานทูตหรือสถานกงสุลเดียวกับที่ท่านทำนัดไปสัมภาษณ์วีซ่า
  • ท่านต้องตอบคำถามทุกข้อเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเท่า นั้น ยกเว้นในกรณีที่ท่านได้รับคำแนะนำให้ใส่ชื่อเต็มของท่านด้วยตัวอักษรในภาษา ท้องถิ่น
  • ท่านต้องอัพโหลดรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอน DS-160 สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าได้จาก เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯที่นี่
  • หากท่านพักการกรอกใบสมัครเกิน 20 นาที ระบบจะแจ้งเตือนว่าหมดเวลา ท่านจะต้องเริ่มกรอกใหม่ตั้งแต่ต้น เว้นแต่ว่าท่านได้จดหมายเลขใบสมัครของท่านไว้ หรือบันทึกใบสมัครเป็นไฟล์ลงในคอมพิวเตอร์ของท่านก่อนหน้านี้แล้ว ท่านควรจดบันทึกหมายเลขใบสมัครไว้ซึ่งจะหาได้จากมุมขวาบนของหน้าจอ หากท่านจำเป็นต้องปิดเบราว์เซอร์ก่อนยื่นใบสมัคร ท่านจะต้องใช้หมายเลขนี้เพื่อกรอกใบสมัครต่อในภายหลัง
  • เมื่อกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะสร้างหน้าจอยืนยันซึ่งมีบาร์โค้ดที่ประกอบด้วยทั้งตัวอักษรและตัวเลข ให้ท่านสั่งพิมพ์หน้านี้ และนำเอกสารนี้ติดตัวมาในวันสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ด้วย
  • เมื่อผู้สมัครสั่งพิมพ์เอกสารยืนยันที่มีบาร์โค้ดแล้ว ให้กดปุ่ม "ย้อนกลับ" บนเว็บเบราว์เซอร์ และส่งสำเนาของหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ไปเก็บไว้ที่อีเมลส่วนตัวของท่าน ไฟล์ที่ท่านส่งอีเมลนั้นจะเป็นไฟล์ PDF ซึ่งต้องใช้โปรแกรม Adobe Acrobat ในการเรียกดูหรือสั่งพิมพ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

สามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ไปยังเว็บไซต์นี้ เนื่องจากทางเราไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ความช่วยเหลือใดๆเกี่ยวกับขั้นตอนนี้ได้

สามารถกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ได้ที่นี่

 

ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

ในหน้านี้:


ข้อมูลทั่วไป

ก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครทุกท่านรวมถึงผู้สมัครที่เป็นเด็กจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่น คำร้องขอวีซ่าไม่ว่าวีซ่าของท่านจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม และท่านจะไม่สามารถโอนเปลี่ยนให้ผู้สมัครท่านอื่นหรือขอค่าธรรมเนียมคืนได้ ในทุกกรณี ประเภทของวีซ่าที่ท่านเลือกสมัครจะเป็นตัวกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่ท่านจะ ต้องชำระ นอกจากนี้ผู้สมัครยังอาจจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่า (reciprocity fee) อีกด้วย ขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้สมัครและประเภทวีซ่าที่ท่านได้ยื่นคำร้องขอ หน้าเว็บนี้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า ชั่วคราวแต่ละประเภท

ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าที่ปรากฎอยู่ในหน้านี้จะเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าชั่วคราวเท่านั้น

ข้อมูลในการชำระค่าธรรมเนียม

ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าตามสกุลเงินท้อง ถิ่นถึงแม้ว่าค่าธรรมเนียมจะระบุเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐก็ตาม ท่านสามารถชำระค่าธรรมเนียมได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาสาขาใดก็ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการชำระค่าธรรมเนียมจะมีอธิบายไว้ที่นี่ และท่านสามารถตรวจสอบสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ที่นี่

ข้อจำกัด

เมื่อท่านชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าแล้ว ท่านจะไม่สามารถขอคืนเงินหรือโอนให้บุคลอื่นได้ หลังการชำระค่าธรรมเนียม ผู้สมัครจะได้รับใบเสร็จรับเงินจากทางธนาคารซึ่งจะมีอายุการใช้งานหนึ่งปี ผู้สมัครต้องใช้ใบเสร็จนี้เพื่อทำการจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตหรือสถาน กงสุลอเมริกาภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียม มิเช่นนั้น ใบเสร็จรับเงินจะหมดอายุและท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่อีกครั้ง

ประเภทวีซ่าและอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าแต่ละประเภท

อัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าที่ระบุไว้ในตารางด้านล่างจะใช้ ได้กับการยื่นขอวีซ่าหนึ่งครั้ง ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวส่วนใหญ่ อันได้แก่ วีซ่านักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียน และนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนจะเท่ากับ 160 เหรียญสหรัฐ ส่วนค่าธรรมเนียมวีซ่าที่กำหนดให้ต้องยื่นคำร้อง (petition) ส่วนใหญ่ อันได้แก่ วีซ่าสำหรับการทำงานและวีซ่าสำหรับการเผยแผ่ศาสนา จะเท่ากับ 190 เหรียญสหรัฐ ค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้น (K) เท่ากับ 240 เหรียญสหรัฐ และค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่านักลงทุน (E) เท่ากับ 270 เหรียญสหรัฐ ตารางด้านล่างจะแสดงอัตราค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระสำหรับการยื่นคำร้องขอ วีซ่าเป็นรายประเภท

ประเภทวีซ่าและอัตราค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าเรียงตามอัตราค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียม (เหรียญสหรัฐ) อัตราค่าธรรมเนียม(บาท) ประเภทวีซ่า รายละเอียด
160 เหรียญสหรัฐ 496 B นักธุรกิจ/นักท่องเที่ยว
160 เหรียญสหรัฐ 496 C-1 ผ่านแดน
160 เหรียญสหรัฐ 496 D ลูกเรือของเรือเดินสมุทร/สายการบิน
160 เหรียญสหรัฐ 496 F นักเรียน (สายวิชาการ)
160 เหรียญสหรัฐ 496 I ผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน
160 เหรียญสหรัฐ 496 J นักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน
160 เหรียญสหรัฐ 496 M นักเรียน (สายวิชาชีพ)
160 เหรียญสหรัฐ 496 T เหยื่อของการค้ามนุษย์
160 เหรียญสหรัฐ 496 TN/TD ผู้เชี่ยวชาญของข้อตกลงทางการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA)
160 เหรียญสหรัฐ 496 U เหยื่อของอาชญากรรมต่างๆ
190 เหรียญสหรัฐ 589 H แรงงานชั่วคราว/ตามฤดูกาล และการจ้างงาน พนักงานฝึกหัด
190 เหรียญสหรัฐ 589 L พนักงานที่ย้ายไปทำงานที่สหรัฐชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน
190 เหรียญสหรัฐ 589 O บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ
190 เหรียญสหรัฐ 589 P นักกีฬา ศิลปินและผู้ให้ความบันเทิง
190 เหรียญสหรัฐ 589 Q การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ
190 เหรียญสหรัฐ 589 R ผู้เผยแผ่ศาสนา
240 เหรียญสหรัฐ 744 K คู่หมั้นหรือคู่สมรสของพลเมืองสหรัฐ
270 เหรียญสหรัฐ 837 E ผู้ค้า/นักลงทุนตามสนธิสัญญา นักวิชาชีพเฉพาะทางชาวออสเตรเลีย
ประเภทของวีซ่าและอัตราค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าเรียงตามประเภทของวีซ่า
ประเภทวีซ่า รายละเอียด อัตราค่าธรรมเนียม (เหรียญสหรัฐ) อัตราค่าธรรมเนียม(บาท)
B นักธุรกิจ/นักท่องเที่ยว 160 เหรียญสหรัฐ 496
C-1 ผ่านแดน 160 เหรียญสหรัฐ 496
D ลูกเรือของเรือเดินสมุทร/สายการบิน 160 เหรียญสหรัฐ 496
E ผู้ค้า/นักลงทุนตามสนธิสัญญา นักวิชาชีพเฉพาะทางชาวออสเตรเลีย 270 เหรียญสหรัฐ 837
F นักเรียน (สายวิชาการ) 160 เหรียญสหรัฐ 496
H แรงงานชั่วคราว/ตามฤดูกาล และการจ้างงาน พนักงานฝึกหัด 190 เหรียญสหรัฐ 589
I ผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน 160 เหรียญสหรัฐ 496
J นักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน 160 เหรียญสหรัฐ 496
K คู่หมั้นหรือคู่สมรสของพลเมืองสหรัฐ 240 เหรียญสหรัฐ 744
L พนักงานที่ย้ายไปทำงานที่สหรัฐชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน 190 เหรียญสหรัฐ 589
M นักเรียน (สายวิชาชีพ) 160 เหรียญสหรัฐ 496
O บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ 190 เหรียญสหรัฐ 589
P นักกีฬา ศิลปินและผู้ให้ความบันเทิง 190 เหรียญสหรัฐ 589
Q การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ 190 เหรียญสหรัฐ 589
R ผู้เผยแผ่ศาสนา 190 เหรียญสหรัฐ 589
T เหยื่อของการค้ามนุษย์ 160 เหรียญสหรัฐ 496
U เหยื่อของอาชญากรรมต่างๆ 160 เหรียญสหรัฐ 496
TN/TD ผู้เชี่ยวชาญของข้อตกลงทางการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) 160 เหรียญสหรัฐ 496

ประเภทวีซ่าที่ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมและรายละเอียดเงื่อนไข

  • ผู้สมัครวีซ่าประเภท A, G, C-2, C-3, NATO และวีซ่าสำหรับนักการทูต (ตามที่อธิบายไว้ใน 22 CFR 41.26)
  • ผู้สมัครวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J) ที่จะเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมบางโครงการที่ได้ รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ
  • การออกวีซ่าให้ใหม่เพื่อทดแทนวีซ่าตัวเดิมที่ได้ออกไปภายในระยะเวลาไม่ เกินหนึ่งปี เฉพาะในกรณีที่วีซ่าเดิมนั้นหลุดออกจากหน้าหนังสือเดินทาง หรือจำเป็นต้องออกวีซ่านั้นให้ใหม่เนื่องจากเหตุผลบางประการที่ไม่ได้เกิด จากความผิดพลาดของตัวผู้สมัครเอง
  • ผู้สมัครที่ได้รับการยกเว้นตามข้อตกลงระดับนานาชาติ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ และทีมงานในภารกิจสังเกตการณ์ ที่ได้รับอนุญาตจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้ติดตามของผู้สมัคร
  • ผู้สมัครที่เดินทางเพื่อทำกิจกรรมการกุศลในบางกรณี
  • พนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางราชการและ
  • บิดามารดา พี่น้อง คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติงาน ที่ต้องการเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพและ/หรือพิธีฝังศพ ตลอดจนบิดามารดา พี่น้อง คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะปฏิบัติ หน้าที่ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมเยียนช่วงการรักษาตัวหรือการพักฟื้น

ค่าธรรมเนียมอื่นๆ

ในบางกรณี จะต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าให้แก่ศูนย์วีซ่าแห่ง ชาติ (National Visa Center) สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา หรือต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯโดยตรง

ค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าชั่วคราว (Reciprocity Fee)

ผู้สมัครจากบางประเทศอาจจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าเพิ่ม เติมหลังจากที่คำร้องของตนได้รับการอนุมัติแล้ว ค่าธรรมเนียมนี้ขึ้นอยู่กับข้อปฏิบัติเฉพาะที่สหรัฐฯมีกับบางประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯพยายามที่จะไม่ให้มีการคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ แต่อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลของประเทศใดคิดค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าบางประเภทกับ บุคคลสัญชาติอเมริกัน รัฐบาลสหรัฐฯก็จะคิดค่าธรรมเนียมวีซ่าในประเภทที่คล้ายคลึงกันนั้นกับบุคคล สัญชาติดังกล่าวด้วย เว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่านี้ พร้อมข้อมูลที่จะช่วยระบุว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้ด้วยหรือไม่

ค่าธรรมเนียม SEVIS

ระบบฐานข้อมูลนักเรียนและนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) เป็นระบบบนอินเทอร์เน็ตที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้ถือวีซ่าประเภท F, M และ J (รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่ติดตามไป) ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มที่ได้รับเอกสาร I-20 หรือ DS-2019 จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา/ออกจากสถานศึกษา หรือจบ/ออกจากโปรแกรม

ผู้สมัครหลักวีซ่า F, M และ J ควรตรวจสอบกับสถานศึกษาในสหรัฐฯเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของท่านได้เข้าสู่ ระบบ SEVIS เรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า ค่าธรรมเนียม SEVIS สำหรับนักเรียนที่มีแบบฟอร์ม I-20 คือ 200 เหรียญสหรัฐ สำหรับนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนที่มีแบบฟอร์ม DS-2019 ค่าธรรมเนียม SEVIS คือ 180 เหรียญสหรัฐ ผู้สมัครจะต้องยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมนี้ก่อน คำร้องขอวีซ่านักเรียนหรือวีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนของท่านจึงจะได้ รับพิจารณาอนุมัติ กรุณานำใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS มาด้วยในวันสัมภาษณ์วีซ่า ท่านไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ได้ ท่านสามารถศึกษาคำแนะนำในการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ได้ ที่นี่

การยกเว้นค่าธรรมเนียม SEVIS

ผู้สมัครที่เข้าร่วมในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ ที่มีรหัสโครงการซึ่งขึ้นต้นด้วย G-1 G-2 G-3 และ G-7 จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม SEVIS นี้

ค่าธรรมเนียมประเภท L (ค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตและค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดน)

ผู้สมัครหลักของวีซ่าประเภท L (Blanket) จะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริต 500 เหรียญสหรัฐ และในบางกรณีอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดนเพิ่มเติมอีก 2,250 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท L (เฉพาะบุคคล) H-1B และ H-2B ผู้ยื่นคำร้องหรือนายจ้างที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ชำระค่าธรรมเนียม ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตและค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดนนี้ใน ขั้นตอนการยื่นคำร้องกับ USCIS แล้ว

 

ทางเลือกชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า /ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

ผู้สมัครทุกท่านรวมถึงผู้สมัครที่เป็นเด็กจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการ ยื่นคำร้องขอวีซ่า (MRV) ไม่ว่าวีซ่าของท่านจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม และท่านจะไม่สามารถโอนเปลี่ยนให้ผู้สมัครท่านอื่นหรือขอค่าธรรมเนียมคืนได้ในทุกกรณี

ผู้สมัครควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้รับสิทธิไม่ต้องขอวีซ่า หรือ ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ หรือไม่ ก่อนที่จะทำการยื่นคำร้องขอวีซ่า

ตัวอย่างของผู้เดินทางที่อาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า

  • หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท A หรือ G เดินทางในราชการ ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท J ที่ จะเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมบางโครงการที่ได้รับ การสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • หากท่านมีวีซ่าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ที่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ในครั้งนี้อยู่แล้ว ท่านอาจไม่ต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าอีก
  • หากท่านเป็นพลเมืองสัญชาติแคนาดา หรือ เบอร์มิวดา (แต่ไม่ได้สมัครวีซ่า ประเภท   A, E, G, K or V) ท่านอาจไม่ต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าอีก

หากท่านต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า กรุณาปฏิบัติตามขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าด้านล่าง ผู้สมัครต้องชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่าก่อน ถึงจะทำการนัดหมายวันเข้าสัมภาษณ์วีซ่าได้ หากผู้สมัครชำระค่าวีซ่าผิดประเภท อาจเป็นสาเหตุทำให้ท่านไม่สามารถทำนัดหมายเพื่อเข้าสัมภาษณ์วีซ่าได้

การชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า ให้สิทธิผู้สมัครทำการนัดหมายเข้าสัมภาษณ์และเปลี่ยนแปลงวันนัดหมายได้ไม่ เกิน 3 ครั้ง (ในกรณีที่ท่านไม่สามารถเข้ามาทำการสัมภาษณ์ตามวันและเวลานัดหมายได้) หากเกินจำนวนดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าอีกครั้ง เพื่อจะทำการนัดหมายเข้าสัมภาษณ์วีซ่าได้ ท่านไม่สามารถขอค่าธรรมเนียมวีซ่าคืนได้ในทุกกรณี

คำเตือน: ผู้สมัครทำการนัดหมายเข้าสัมภาษณ์และ เปลี่ยนแปลงวันนัดหมายได้ไม่เกิน 3 ครั้ง (ในกรณีที่ท่านไม่สามารถเข้ามาทำการสัมภาษณ์ตามวันและเวลานัดหมายได้) หากเกินจำนวนดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าอีกครั้ง เพื่อจะทำการนัดหมายเข้าสัมภาษณ์วีซ่าได้ ท่านไม่สามารถขอค่าธรรมเนียมวีซ่าคืนได้ในทุกกรณี

ชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่า(Reciprocity Fee)

ผู้สมัครยังอาจจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่า (reciprocity fee) ขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้สมัครและประเภทวีซ่าที่ท่านได้ยื่นคำร้องขอ ค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าไม่ใช่ค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า และไม่สามารถใช้ในการทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ ผู้สมัครต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าล่วงหน้า หากเป็นการต่ออายุประเภทวีซ่าเฉพาะอย่างนั้นและต้องยื่นคำร้องผ่าน drop-box หากผู้สมัครทำนัดหมายวีซ่าผ่านระบบนี้ ท่านยังไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่า แผนกกงสุลจะเป็นผู้ตัดสินว่าท่านต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าหรือไม่ และไปชำระได้ที่สถานทูต หรือ สถานกงสุลที่ทำการนัดหมายสัมภาษณ์หน้าเว็บนี้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่า ธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวแต่ละประเภท

คลิก หน้าเว็บนี้ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวแต่ละประเภท

คำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าในประเทศไทย สามารถชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า ด้วยเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ทุกสาขาในประเทศไทย หรือ ชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า สำหรับวีซ่าชั่วคราว ผ่านการโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) ได้โดยตรงจากบัญชีธนาคารของท่าน โดยผู้สมัครต้องทำการสร้างโพรไฟล์กับกับระบบนัดหมายวีซ่า เลือก “การสมัครขอวีซ่าใหม่/นัดสัมภาษณ์วีซ่า” เพื่อดูทางเลือกชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า กรุณาปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 1

สร้างโพรไฟล์ ใน ระบบนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ หากท่านยังไม่เคยสร้างโพรไฟล์ ให้คลิก “ผู้เข้าใช้ใหม่” การสร้างโพรไฟล์จะเป็นการยืนยันว่าผู้สมัครชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ถูกต้อง ค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่าจะแสดงเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ผู้สมัครต้องชำระค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่าเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น หน้านี้ แสดงรายะเอียดค่าธรรมเนียมวีซ่าประเภทต่างๆ

ขั้นตอนที่ 2

เลือก “การสมัครขอวีซ่าใหม่/นัดสัมภาษณ์วีซ่า” ด้านซ้ายมือของหน้าจอ ดำเนินการตามขั้นตอน เลือกชนิดวีซ่า สถานที่ยื่นคำร้องวีซ่า ประเภทวีซ่า

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อถึงหน้าชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ให้เลือก “คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดวิธีการชำระเงิน” เพื่อเลือกวิธีที่ท่านต้องการชำระเงิน ดูรายละเอียดการชำระเงินเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง

ค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่า ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาท ต่อ ดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ และมีระบุไว้ในหน้าคำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และในหน้าคำแนะนำการโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) กรุณาชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ระบุในใบคำแนะนำชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าดังกล่าว การชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้ผู้สมัครไม่สามารถทำนัดหมายเพื่อเข้าสัมภาษณ์วีซ่าได้
ขั้นตอนที่ 4

เลือกวิธีที่ผู้สมัครต้องการชำระเงิน และทำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า โปรดทราบว่าท่านไม่สามารถขอค่าธรรมเนียมวีซ่าคืนได้ในทุกกรณี ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกคนต้องค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่ว่าท่านจะได้รับอนุมัติวีซ่าหรือไม่ก็ตาม

ขั้นตอนที่ 5

ผู้สมัครต้องเก็บเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ไว้เป็นหลักฐานในการทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า

ขั้นตอนที่ 6

เมื่อผู้สมัครชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว สามารถทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ตามตารางระยะเวลาที่ผู้สมัครสามารถทำการ นัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้วด้านล่าง กรุณาล็อกอินเข้าโพรไฟล์ของท่านในระบบเพื่อทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าของ ท่านด้วยเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID

ทางเลือกการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

การโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ - Electronic Funds Transfer (EFT)

ผู้สมัครสามารถชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวด้วยการโอน เงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) โดยตรงจากบัญชีธนาคารของท่าน โปรดทราบว่าธนาคารเจ้าของบัญชีของผู้สมัครอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใน การโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ หากผู้สมัครสร้างโปรไฟล์ยื่นคำร้องขอวีซ่าพร้อมผู้ติดตาม (ที่เป็นครอบครัวหรือกลุ่ม) มาจากในระบบนัดหมาย ผู้สมัครชำระเงินเพียงครั้งเดียว (โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าจำนวนค่าธรรมเนียมวีซ่าบนคำแนะนำชำระค่าธรรมเนียม วีซ่าถูกต้องตามจำนวนผู้สมัครทั้งหมดในหมู่คณะของท่าน

  1. ล็อกอิน โพรไฟล์ เมื่อ ถึงหน้าชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า เลือกการโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID จะปรากฎบนหน้าจอ ผู้สมัครต้องใช้เลขที่อ้างอิงนี้ ในการดำเนินการโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) ออนไลน์
  2. ผู้สมัครทำการชำระเงินเพียงครั้งเดียว ต่อ เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID เท่านั้น เพราะท่านไม่สามารถโอนเปลี่ยนให้ผู้สมัครท่านอื่นหรือขอค่าธรรมเนียมวีซ่า คืนได้ในทุกกรณี เป็นความรับผิดชอบของผู้สมัคร ที่ต้องเก็บเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ไว้เป็นหลักฐานในการทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า
  3. ใส่ชื่อธนาคารผู้รับเงินที่ระบุด้านล่างในการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้การโอนเงิน (ACH Transfer-SMART) ของท่านสมบูรณ์ กรุณาชำระเป็นเงินบาทเท่านั้น
    ธนาคารผู้รับเงิน: Bank of America N.A., Bangkok Branch
    SWIFT CODE: BOFATH2X
    Bank Sort Code: 0270001
    เลขที่อ้างอิง: เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ของผู้สมัคร
    จำนวน: xxx.00 กรุณาชำระเป็นเงินบาทเท่านั้น
  4. เมื่อระบบได้รับชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเรียบร้อยแล้ว จะมีอีเมล์แจ้งผู้สมัคร เมื่อผู้สมัครได้รับอีเมล์แจ้ง ให้ทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่ากับระบบได้ โดยใช้เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID
ชำระเงินสดที่ธนาคาร

ผู้สมัครสามารถชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ด้วยเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ทุกสาขาในประเทศไทย

ผู้สมัครต้องพิมพ์ใบแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าสหรัฐฯ และ ใบนำฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จากระบบก่อน นำทั้งสองรายการไปชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคาร โปรดคลิก http://www.krungsri.com/th/locations.aspx เพื่อดูที่ตั้งสาขาต่างๆของธนาคาร

  1. ล็อกอิน  โพรไฟล์ เมื่อถึงหน้าชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า เลือก ชำระเงินสดที่ธนาคาร
  2. พิมพ์ใบแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ที่ระบุเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID และ เลขที่อ้างอิง CGI ที่ต้องนำไปใช้ในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคาร
  3. พิมพ์ ใบนำฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จากระบบก่อน ธนาคารจะดำเนินการรับชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าด้วยใบนำฝากเงินของธนาคาร นำทั้งสองรายการไปชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคาร
  4. นำใบแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าสหรัฐฯ และ ใบนำฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั้งสองรายการไป ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคาร โดยแจ้งเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID และ เลขที่อ้างอิง CGI ในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคาร หากไม่มีเลขที่อ้างอิงดังกล่าว หรือ ชำระจำนวนเงินไม่ถูกต้อง ผู้สมัครจะไม่สามารถทำการนัดสัมภาษณ์ได้
  5. . ใบนำฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยามี 2 ส่วน หลังจากธนาคารรับชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะคืนสำเนาใบฝากเงิน (ส่วนของลูกค้า พร้อมตราประทับ) กรุณา เก็บไว้เป็นหลักฐาน ธนาคารไม่สามารถออกฉบับใหม่ได้หากสูญหาย ผู้สมัครจะไม่สามารถทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้หากไม่มีสำเนาใบฝากเงิน ฉบับนี้
  6. เมื่อระบบได้รับชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเรียบร้อยแล้ว จะมีอีเมล์แจ้งผู้สมัคร เมื่อผู้สมัครได้รับอีเมล์แจ้ง ให้ทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่ากับระบบได้

คลิก ที่นี่ สำหรับใบนำฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

คำเตือน: ใบคำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่ามีวันหมดอายุ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากใบคำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าหมดอายุก่อนที่ผู้สมัครจะได้ทำการชำระ เงิน กรุณากลับมาที่ระบบใหม่และเลือกลิงค์ด้านล่างเพื่อพิมพ์ใบคำแนะนำในการชำระ ค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ ธนาคารจะไม่รับชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าหากคำแนะ นำในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าของผู้สมัครหมดอายุ ท่านจะได้รับสำเนาใบฝากเงิน ส่วนของลูกค้า พร้อมตราประทับใช้แทนใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กรุณาเก็บรักษาสำเนาใบฝากเงิน ส่วนของลูกค้านี้ไว้ เพื่อนำเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ในใบเสร็จรับเงินมาทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าต่อไป หากสูญหาย ธนาคารไม่สามารถออกใบใหม่ให้ได้

ทำการนัดหมายวันสัมภาษณ์วีซ่า

ผู้สมัครทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ทาง ออนไลน์ หรือ เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ โดยใช้เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID เพื่อทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า

ตารางแสดงระยะเวลาที่ผู้สมัครสามารถทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว

ระยะเวลาที่ผู้สมัครสามารถทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว
เวลาชำระค่าธรรมเนียม – โอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT)
(จันทร์ถึงศุกร์ ไม่รวมวันหยุด)
กำหนดเวลาที่เข้าไปทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้
เริ่มวันจน 14.00 น. 2 วันถัดไป: หลัง 12:00 น.
เวลาชำระค่าธรรมเนียม – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 
(จันทร์ถึงศุกร์ ไม่รวมวันหยุด)
กำหนดเวลาที่เข้าไปทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้
ทุกเวลา ณ สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา วันทำการถัดไป หลัง 12:00 น.

 

ประเภทวีซ่าที่ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมและรายละเอียดเงื่อนไข

  • ผู้สมัครวีซ่าประเภท A, G, C-2, C-3, NATO และวีซ่าสำหรับนักการทูต (ตามที่อธิบายไว้ใน 22 CFR 41.26)
  • ผู้สมัครวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J) ที่จะเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมบางโครงการที่ได้ รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ
  • การออกวีซ่าให้ใหม่เพื่อทดแทนวีซ่าตัวเดิมที่ได้ออกไปภายในระยะเวลาไม่ เกินหนึ่งปี เฉพาะในกรณีที่วีซ่าเดิมนั้นหลุดออกจากหน้าหนังสือเดินทาง หรือจำเป็นต้องออกวีซ่านั้นให้ใหม่เนื่องจากเหตุผลบางประการที่ไม่ได้เกิด จากความผิดพลาดของตัวผู้สมัครเอง
  • ผู้สมัครที่ได้รับการยกเว้นตามข้อตกลงระดับนานาชาติ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ และทีมงานในภารกิจสังเกตการณ์ ที่ได้รับอนุญาตจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้ติดตามของผู้สมัคร
  • ผู้สมัครที่เดินทางเพื่อทำกิจกรรมการกุศลในบางกรณี
  • พนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางราชการและ
  • บิดามารดา พี่น้อง คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติงาน ที่ต้องการเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพและ/หรือพิธีฝังศพ ตลอดจนบิดามารดา พี่น้อง คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะปฏิบัติ หน้าที่ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมเยียนช่วงการรักษาตัวหรือการพักฟื้น

ค่าธรรมเนียมอื่นๆ

ในบางกรณี จะต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าให้แก่ศูนย์วีซ่าแห่ง ชาติ (National Visa Center) สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา หรือต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯโดยตรง

ค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าชั่วคราว (Reciprocity Fee)

ผู้สมัครจากบางประเทศอาจจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าเพิ่ม เติมหลังจากที่คำร้องของตนได้รับการอนุมัติแล้ว ค่าธรรมเนียมนี้ขึ้นอยู่กับข้อปฏิบัติเฉพาะที่สหรัฐฯมีกับบางประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯพยายามที่จะไม่ให้มีการคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ แต่อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลของประเทศใดคิดค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าบางประเภทกับ บุคคลสัญชาติอเมริกัน รัฐบาลสหรัฐฯก็จะคิดค่าธรรมเนียมวีซ่าในประเภทที่คล้ายคลึงกันนั้นกับบุคคล สัญชาติดังกล่าวด้วย เว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่านี้ พร้อมข้อมูลที่จะช่วยระบุว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้ด้วยหรือไม่

ค่าธรรมเนียม SEVIS

ระบบฐานข้อมูลนักเรียนและนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) เป็นระบบบนอินเทอร์เน็ตที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้ถือวีซ่าประเภท F, M และ J (รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่ติดตามไป) ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มที่ได้รับเอกสาร I-20 หรือ DS-2019 จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา/ออกจากสถานศึกษา หรือจบ/ออกจากโปรแกรม

ผู้สมัครหลักวีซ่า F, M และ J ควรตรวจสอบกับสถานศึกษาในสหรัฐฯเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของท่านได้เข้าสู่ ระบบ SEVIS เรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า ค่าธรรมเนียม SEVIS สำหรับนักเรียนที่มีแบบฟอร์ม I-20 คือ 200 เหรียญสหรัฐ สำหรับนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนที่มีแบบฟอร์ม DS-2019 ค่าธรรมเนียม SEVIS คือ 180 เหรียญสหรัฐ ผู้สมัครจะต้องยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมนี้ก่อน คำร้องขอวีซ่านักเรียนหรือวีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนของท่านจึงจะได้ รับพิจารณาอนุมัติ กรุณานำใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS มาด้วยในวันสัมภาษณ์วีซ่า ท่านไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ได้ ท่านสามารถศึกษาคำแนะนำในการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ได้ ที่นี่

การยกเว้นค่าธรรมเนียม SEVIS

ผู้สมัครที่เข้าร่วมในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ ที่มีรหัสโครงการซึ่งขึ้นต้นด้วย G-1 G-2 G-3 และ G-7 จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม SEVIS นี้

ค่าธรรมเนียมประเภท L (ค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตและค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดน)

ผู้สมัครหลักของวีซ่าประเภท L (Blanket) จะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริต 500 เหรียญสหรัฐ และในบางกรณีอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดนเพิ่มเติมอีก 2,250 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท L (เฉพาะบุคคล) H-1B และ H-2B ผู้ยื่นคำร้องหรือนายจ้างที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ชำระค่าธรรมเนียม ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตและค่าธรรมเนียมพรบ.ความมั่นคงชายแดนนี้ใน ขั้นตอนการยื่นคำร้องกับ USCIS แล้ว

 

ระยะเวลาในการรอนัดสัมภาษณ์วีซ่า

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

สถานทูตและสถานกงสุลอเมริกาพยายามทำให้ระยะเวลาที่ผู้สมัครต้องรอนัด สัมภาษณ์วีซ่านั้นสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ผู้สมัครควรจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าให้เร็วที่สุดเพื่อสามารถนัดสัมภาษณ์วีซ่า ได้ในวันและเวลาที่ท่านต้องการ

ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า

ถึงแม้การดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่าโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณสามวันทำการ นับจากวันที่ได้รับการสัมภาษณ์วีซ่าก็ตาม โปรดทราบว่าผู้สมัครแต่ละท่านอาจต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการแตกต่างกันไปในแต่ ละกรณี โดยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลหรือข้อกำหนดพิเศษอื่นๆ

ระยะเวลาในการรอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ณ ปัจจุบัน และตารางนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่ว่างอยู่

ระยะเวลาในการรอนัดสัมภาษณ์วีซ่าในขณะนี้ที่กรุงเทพฯ
ระยะเวลาในการรอนัดสัมภาษณ์วีซ่าในขณะนี้ที่เชียงใหม่
ตารางนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่ว่างอยู่ในขณะนี้
นัดสัมภาษณ์วีซ่า

รูปถ่่ายวีซ่าอเมริกา

 

รูปถ่ายและการบันทึกลายนิ้วมือ

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครต้องแนบไฟล์รูปถ่ายดิจิตอลที่ได้ถ่ายไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินหก เดือนในขั้นตอนการกรอกและยื่นแบบฟอร์ม DS-160 โดยท่านจะต้องนำรูปถ่ายตัวจริงติดตัวไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วย และจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือเมื่อมาถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา

ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายดิจิตอล

รูปถ่ายที่ท่านใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ทุกประการทั้งขนาดและสิ่งที่ปรากฏในรูป การยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจมีผลให้กระบวนการยื่น คำร้องขอวีซ่าของท่านล่าช้า รูปถ่ายที่แนบมากับแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน และจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามแนวทางที่ปรากฏในภาพด้านล่าง

ขนาดศีรษะ

ความสูงของศีรษะ เมื่อวัดจากด้านบนสุดของศีรษะซึ่งรวมผมด้วยจนถึงใต้คางจะต้องอยู่ระหว่าง 50% ถึง 70% ของความสูงของรูปถ่ายทั้งหมด ระดับดวงตาที่วัดจากด้านล่างสุดของรูปถ่ายจนถึงระดับดวงตาควรอยู่ระหว่าง 55% ถึง 70% - หรือประมาณ 2/3 ของความสูงของรูปถ่าย

ขนาดของรูปถ่าย

รูปถ่ายของท่านต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งหมายความว่าความสูงและความกว้างของรูปจะต้องเท่ากัน รูปถ่ายต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 600 พิกเซล x 600 พิกเซล (สูง x กว้าง) และมีขนาดไม่เกิน 1200 พิกเซล x 1200 พิกเซล (สูง x กว้าง)

7 ขั้นตอนเพื่อให้ได้รูปถ่ายที่ถูกต้อง

ทิศทางของศีรษะ

ทิศทางของศีรษะเป็น ปัจจัยสำคัญสำหรับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครขอวีซ่า ผู้สมัครจะต้องใช้รูปถ่ายที่สามารถมองเห็นใบหน้าเต็มได้ภายในกรอบของรูป มองกล้องตรงๆ และอย่าหลับตา

จัดองค์ประกอบให้ดี

รูปถ่ายของท่านจะต้องแสดงทั้งศีรษะตั้งแต่ ด้านบนสุดของผมจนถึงบริเวณใต้คาง ในภาพที่ถูกต้องความสูงของศีรษะจะอยู่ที่ 1-1-3/8 นิ้ว (25 ถึง 35 มม.) หรือคิดเป็น 50%-70% ของรูปถ่าย ดังตัวอย่าง:

อยู่ตรงกลางของรูป

จัดศีรษะของท่านให้อยู่ตรงกลางระหว่างกรอบรูปทั้งสองด้านอย่างพอดี

ลืมตา

ท่านจะต้องลืมตา ดวงตาของท่านควรอยู่ในระดับ 2/3 เมื่อวัดจากด้านล่างของรูปถ่ายขึ้นไปด้านบน หรือ 1-1/8 นิ้ว ถึง 1-3/8 นิ้ว (28 มม. ถึง 35 มม.) หรือประมาณ 60% จากด้านล่างของรูปถ่าย

พื้นหลัง

พื้นที่ด้านหลังรูปถ่ายควรเป็นสีขาวและไม่ควรมีสิ่งใดระเกะระกะ นั่งถ่ายรูปโดยใช้ฉากหลังที่เป็นสีขาวจะช่วยให้ได้รูปที่ดีที่สุด

อย่าให้ภาพมีเงา

ควรนั่งลงเพื่อให้ใบหน้าดูสว่างและจะช่วยให้ไม่เกิดเงาบนใบหน้าหรือพื้นหลัง

ทำตัวตามสบายและให้ดูเป็นธรรมชาติ

ท่านควรแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถ่ายรูป ดังตัวอย่างที่แสดงไว้ที่นี่

อย่าสวมหมวกหรือสิ่งคลุมศีรษะที่เป็นการปกปิดผมหรือแนวผมยกเว้นในกรณี ที่ผู้สมัครสวมใส่ทุกวันภายใต้ข้อกำหนดทางศาสนา ในรูปถ่ายจะต้องมองเห็นทั้งใบหน้าเต็มและสิ่งปิดคลุมศีรษะจะต้องไม่ทำให้ เกิดเงาบนใบหน้า

การบันทึกลายนิ้วมือ

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือที่สถานทูตหรือสถาน กงสุลอเมริกา ในระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่า โดยจะมีการบันทึกลายนิ้วมือด้วยเครื่องบันทึกลายนิ้วมือดิจิตอล ทั้งนี้ผู้สมัครบางรายอาจจะไม่ต้องทำการบันทึกลายนิ้วมือ ซึ่งได้แก่:

  • ผู้สมัครที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจราชการของรัฐบาล ยกเว้นผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 และ G-5
  • ผู้สมัครที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี หรืออายุเกิน 79 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่า ท่านสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

อ่านคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรูปถ่ายซึ่งรวบรวมไว้โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ที่นี่

 

ข้อบังคับด้านความปลอดภัย

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของสถานทูตกำหนดให้ผู้มาติดต่อทุกท่านต้อง ผ่านการตรวจสอบ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องไว้ได้ที่ประตูสถานทูต แต่สถานทูตอเมริกาและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานทูตจะไม่รับผิดชอบ ในกรณีโทรศัพท์มือถือของท่านสูญหายหรือได้รับความเสียหายขึ้นในขณะที่ฝาก ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสถานทูตอเมริกาเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า ถ้าหากท่านนำสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้ติดตัวมาด้วย:

  • อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ไดอารี่ดิจิตอล เพจเจอร์ กล้อง เทปเสียง/วิดีโอเทป แผ่นซีดี MP3 แผ่นดิสก์ แล็บท็อป หรืออุปกรณ์เล่นเพลงแบบพกพา
  • กระเป๋าสะพายไหล่ขนาดใหญ่หรือกระเป๋าสตางค์
  • กระเป๋าถือขนาดใหญ่และกระเป๋าเดินทาง เป้สะพายหลังขนาดใหญ่ กระเป๋าเอกสาร หรือกระเป๋าเสื้อผ้า ผู้สมัครสามารถถือกระเป๋าใสใส่เอกสารที่จำเป็นสำหรับการสัมภาษณ์วีซ่าได้ เท่านั้น
  • อาหารทุกประเภท (มีจุดจำหน่ายกาแฟพร้อมอาหารว่าง)
  • ซองจดหมายหรือหีบห่อที่มีการปิดผนึก
  • บุหรี่ / ซิการ์ / กล่องไม้ขีดไฟ / ไฟแช็ก
  • ของมีคมทุกชนิด เช่น กรรไกร มีดพก หรือตะไบเล็บ
  • อาวุธหรือวัตถุระเบิดทุกชนิด

รายการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น อาจมีสิ่งของอื่นๆที่ห้ามนำเข้าสถานทูตอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นอกจากโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องที่ได้รับอนุญาตแล้ว สถานทูตอเมริกาจะไม่รับฝากสิ่งของต้องห้ามใดๆตามรายการข้างต้น ท่านจะต้องดำเนินการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้นด้วยวิธีอื่นก่อนเข้าไปในสถาน ทูต

 

ติดตามสถานะหนังสือเดินทาง / สถานที่รับหนังสือเดินทาง

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

หากสถานทูต หรือ สถานกงสุล พิจารณาออกวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ ให้กับท่าน บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จะทำการจัดส่งหนังสือเดินทางที่มีหน้าวีซ่าให้ท่าน โดยจะทำการจัดส่งตามที่อยู่ที่ท่านได้เลือกไว้ตอนที่ท่านทำการนัดหมาย สัมภาษณ์วีซ่า

**โปรดทราบว่า ที่ทำการไปรษณีย์จะเก็บหนังสือเดินทางของท่านไว้ 7 วันเท่านั้น หากไม่มีผู้รับในการจัดส่งครั้งแรก บริษัทไปรษณีย์ไทย จะทิ้งใบแจ้งเตือนให้ท่านติดต่อให้ทำการจัดส่งเป็นครั้งที่สอง หรือ ท่านอาจนำใบแจ้งเตือนมารับภายใน 7 วัน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ที่ระบุไว้ในใบแจ้งเตือนนั้น หากท่านไม่มารับหนังสือเดินทางภายใน 7 วัน หนังสือเดินทางจะถูกส่งคืนไปยังสถานทูต หรือ สถานกงสุล**

ติดตามสถานะวีซ่า

ท่านสามารถติดตามสถานะใบยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่านได้ที่นี่website.

เปลี่ยนที่อยู่จัดส่งหนังสือเดินทาง

ท่านสามารถทำการเปลี่ยนที่อยู่ในจัดส่งหนังสือเดินทางของท่าน หรือผ่าน เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ ภายในเที่ยงของวันทำการก่อนหน้าวันนัดหมายสัมภาษณ์จริง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ

การติดตามสถานะหนังสือเดินทาง

ท่านสามารถติดตามสถานะหนังสือเดินทางของท่านได้หลายวิธี

ที่นี่ทันที: ระบุหมายเลขหนังสือเดินทางของท่านที่นี่เพื่อตรวจสอบสถานะหนังสือเดินทาง

อีเมล์: ส่งอีเมล์ไปยัง passportstatus@ustraveldocs.com โดย ระบุหัวข้อ และ เนื้อความ ด้วยการใส่หมายเลขหนังสือเดินทางของท่านให้ตรงกับรายละเอียดที่ท่านได้ระบุ ในระบบตอนทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า**ห้ามใส่ข้อความนอกเหนือจากนี้** หลังจากนั้นท่านจะได้รับการตอบกลับถึงสถานะหนังสือเดินทางของท่าน โดยอัตโนมัติจากระบบ

ออนไลน์: ท่านสามารถตติดตามสถานะหนังสือเดินทางของท่าน โดยคลิก  ที่นี่.

แชท และ โทรศัพท์: ท่านสามารถติดตามสถานะหนังสือเดิน ทางได้จากเจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ โดย แชท หรือ สนทนาทางโทรศัพท์ ท่านสามารถดูรายละเอียดของคอลเซนเตอร์ เบอร์ติดต่อ และเวลาทำการโดยคลิก ที่นี่.

รับหนังสือเดินทาง

หากท่านเลือกรับหนังสือเดินทางของท่าน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ท่านสามารถไปติดต่อขอรับได้ในเวลาทำการ ท่านสามารถดูรายชื่อที่ทำการไปรษณีย์ได้ ที่นี่.

หลักฐานในการขอรับหนังสือเดินทาง

ท่านต้องแสดงบัตรประชาชนตัวจริง หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายในบัตร **ไม่รับสำเนา**

หากท่านไม่สามารถมารับหนังสือเดินทางด้วยตนเอง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ท่านระบุไว้ บุคคลที่มารับหนังสือเดินทางแทนท่านต้องนำหลักฐานมาแสดงดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายในบัตร และ
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ ของเจ้าของหนังสือเดินทาง เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องกำกับ และ
  • หนังสือมอบอำนาจ ให้ตัวแทนรับหนังสือเดินทางแทนท่านได้ พร้อมลายเซ็นต์ของเจ้าของหนังสือเดินทางและบุคคลที่มารับแทน โดยต้องระบุรายละเอียดข้างล่างให้ชัดเจน ดังนี้
    • ชื่อเต็ม ของผู้มารับแทนตรงตามบัตรประชาชนตัวจริง หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้
    • ชื่อเต็ม ของเจ้าของหนังสือเดินทาง โดยระบุให้ตรงกับหนังสือเดินทาง และ ระบุหมายเลขหนังสือเดินทางด้วย

หากเจ้าของหนังสือเดินทางอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องแสดงเอากสารเพิ่มเติมดังนี้

  • หนังสือมอบอำนาจ เซนต์ชื่อโดยผู้ปกครอง
  • สำเนาบัตรประชาชนตัวจริง หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายในบัตร ของผู้ปกครอง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน แสดงความสัมพันธ์ของเจ้าของหนังสือเดินทางและผู้ปกครอง
  • บัตรประชาชนตัวจริง หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายในบัตร ของผู้มารับแทน

โปรดทราบ : หากมารับแทนครอบครัว หรือ หมู่คณะ อนุโลมให้ออกหนังสือมอบอำนาจฉบับเดียว ระบุรายละเอียดของเจ้าของหนังสือเดินทางให้ครบทุกคน และ นำหลักฐานที่กำหนดด้านบนมาแสดงให้ครบ


 

ข้อมูลวีซ่าถาวร

ในหน้านี้:

ข้อมูลทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว บุคคลที่มีความประสงค์จะย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องได้รับการ อนุมัติคำร้อง (Petition) จากทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) ก่อนจึงจะสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าถาวรได้ โดยญาติผู้มีคุณสมบัติหรือนายจ้างจะเป็นผู้ยื่นคำร้อง (Petition) โดยตรงที่สำนักงาน USCIS ในประเทศสหรัฐฯ ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นเรื่องคำร้อง (Petition) เว็บไซต์ของ สำนักงาน USCIS ผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติคำร้องและมี Priority date ที่ถึงกำหนดแล้วเท่านั้น (เฉพาะบางกรณี) จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าถาวรหรือวีซ่าคู่หมั้นได้

คำร้อง

ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2011 เป็นต้นไป บุคคลสัญชาติอเมริกันที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทยสามารถยื่นแบบฟอร์ม I-130 (ใบคำร้องสำหรับญาติผู้เป็นต่างชาติ) ที่สำนักงาน USCIS ประจำกรุงเทพมหานครได้ในเวลาทำการปกติ สำนักงาน USCIS ตั้งอยู่ในตึกสินธร อาคาร 2 ชั้น 15 บนถนนวิทยุถัดจากสถานทูตอเมริกา เปิดทำการระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 ถึง 12.00 น. สำนักงานฯจะปิดบริการในวันหยุดราชการของประเทศไทยและของประเทศสหรัฐฯ โปรดทราบว่าสำนักงานนี้ตั้งอยู่ในเขตเวลาที่เร็วกว่าเวลามาตรฐานตะวันออกของ ประเทศสหรัฐ 12 ชั่วโมง

ผู้ที่มีความประสงค์จะติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) ด้วยตนเองควรทำนัดล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์

โทรศัพท์ 02 205-5352 หรือ 02 205 5382 (ภายในประเทศไทย)
011-662-205-5352 (โทรจากประเทศสหรัฐฯ)
อีเมล:
BKKCIS.Inquiries@dhs.gov

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับวิธีการยื่นแบบฟอร์ม I-130 ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน USCIS ที่ http://www.uscis.gov หรือสามารถติดต่อสำนักงาน USCIS ในประเทศสหรัฐฯทางโทรศัพท์ได้ที่เบอร์โทร 1-800-375-5283

ค่าธรรมเนียมผู้อาศัยถาวร (ค่าธรรมเนียมกรีนการ์ด)

นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไป ผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติวีซ่าถาวรในต่างประเทศ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมผู้อาศัยเป็นจำนวนเงิน 165 เหรียญสหรัฐก่อนจะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ  จะมีในบางกรณีเท่านั้นที่ผู้สมัครได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว เช่น บุตรบุญธรรมที่ได้รับวีซ่าประเภท Orphan (IR3/IR4) หรือ Hague (IH3/IH4) พนักงานชาวอิรักและอัฟกานิสถานที่เคยทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐฯและได้รับวีซ่า ประเภท Special Immigrant (SE) ผู้ที่ได้รับวีซ่าประเภทผู้มีถิ่นพำนักที่จะเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯหรือ Returning Resident (SB1) หรือวีซ่าคู่หมั้น K ท่านสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมผู้อาศัยถาวรและ ติดต่อสอบถามรายละเอียดๆเพิ่มเติมได้จาก USCIS ได้ที่เว็บไซต์ www.USCIS.gov/immigrantfee

การตรวจสุขภาพ

ผู้สมัครทุกคนจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้ได้รับการรับรองจาก สถานทูตอเมริกาเท่านั้น ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพได้ ที่นี่ ผู้สมัครทุกท่านจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำนัดเพื่อเข้ารับการตรวจ สุขภาพจาก NVC หรือจากสถานทูตฯ กรุณาอย่าทำการนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพจนกว่าท่านจะได้รับแจ้งอย่างเป็นทาง การ

การทำนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา

หากท่านได้รับวันนัดหมายแล้ว ท่านต้องเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาตามวันและเวลาที่ได้รับนัดหมาย โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบด้านการรักษาความปลอดภัยของ ทางสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ซึ่งจะอธิบายให้ทราบถึงสิ่งที่สามารถนำติดตัวมาได้และสิ่งที่ห้ามนำติดตัวมา ในวันสัมภาษณ์ ท่านควรนำเอกสารยืนยันการนัดหมายและเอกสารที่จำเป็นต่างๆตามข้อบังคับของวีซ่าแต่ละประเภทมาในวันสัมภาษณ์ด้วย

 

 

 

ข้อมูลรายละเอียดการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าแบบใหม่ – DS-160

เพื่อให้เป็นตามข้อกำหนดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สถานทูตฯ และสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุกแห่งทั่วโลกต้องเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวใหม่เป็นแบบ DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มชนิดใหม่ แผนกวีซ่าชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าชั่วคราวทุกชนิดเป็นแบบฟอร์มใหม่ ยกเว้นวีซ่าคู่หมั้น K1/2 โดยแบบฟอร์มDS-160นี้จะถูกใช้แทนแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 ดังนั้นทางสถานทูตจะไม่รับแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 สำหรับผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ยังคงต้องยื่นแบบฟอร์ม DS-156E เช่นเดิมรวมกับแบบฟอร์ม DS-160

ข้อกำหนดในการกรอกฟอร์มDS-160

แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 มีข้อกำหนดหลายประการสำหรับผู้สมัครที่แตกต่างจากเดิมมาก เราขอแนะนำให้ท่านอ่านทบทวน  ก่อนการเข้าสู่กระบวนสมัครจริง

แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าอเมริกาและข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครวีซ่าอเมริกา

เกี่ยวกับแบบฟอร์มทางอินเตอร์เน็ตแบบใหม่ หรือ DS-160

แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 แบบใหม่นี้เป็นแบบฟอร์มที่ต้องกรอกทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยจะใช้เก็บข้อมูลที่จำเป็นในการสมัครวีซ่าจากบุคคลที่ต้องการสมัครวีซ่าอเมริกาประเภทชั่วคราว แบบฟอร์ม DS-160 จะถูกส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ไปที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กงสุลจะใช้ข้อมูลที่กรอกลงในแบบฟอร์ม DS-160 ในการดำเนินการเกี่ยวกับการสมัครวีซ่าอเมริกา ร่วมกับการสัมภาษณ์บุคคล ในการพิจารณาคุณสมบัติให้ได้รับวีซ่าชั่วคราวของผู้สมัคร

แบบฟอร์ม DS-160 และคำถามที่มักพบบ่อย: กรุณาไปที่ คำถามที่มักพบบ่อย เพื่ออ่านคำแนะนำเกี่ยวกับแบบฟอร์ม DS-160 และเข้าถึงแบบฟอร์มDS-160ได้จากเว็บไซต์ของเรา

แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าอเมริกา

ก่อนเริ่มการนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าประเภทชั่วคราว ผู้สมัครทุกท่านจะต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ DS-160 Online Non-Immigrant Applicationและต้องนำหน้ายืนยันแบบฟอร์มDS-160 และรูปถ่ายมาในวันสัมภาษณ์ ผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-156E ด้วย

โปรดคลิกที่นี่ เพื่อดาว์นโหลดแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าสหรัฐฯ อื่นๆ รวมทั้งแบบฟอร์ม DS-156E และ DS-2013 หากท่านพบข้อความที่อ้างถึงแบบฟอร์ม DS-156 โปรดทราบว่าเราได้เปลี่ยนไปใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่แล้ว โดยแบบฟอร์ม DS-156E เป็นแบบฟอร์มเดียวที่แผนกวีซ่ายังรับอยู่

ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครวีซ่า

ผู้สมัครวีซ่าสหรัฐฯ จะต้องเตรียมรูปถ่ายจำนวนหนึ่ง (1) รูปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถดำเนินการสมัครวีซ่าของท่านได้

1. รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
 
2. รูปถ่ายต้องมีขนาด 2X2 นิ้ว (5X5 ซม.)หรือ 50มินX50มิน
 
3. เมื่อวัดตามแนวตั้ง ส่วนหัวของผู้สมัครจะต้องมีขนาด 1 นิ้วถึง 1 3/8 นิ้ว (2.5 ถึง 3.5 ซม.)
 
4. รูปถ่ายต้องมีพื้นหลังสีขาว
 
5. รูปถ่ายจะต้องเห็นใบหน้าทั้งหมด โดยผู้สมัครจะต้องหันหน้าตรงเข้ากล้อง

ลักษณะของรูปถ่าย

  • รูปถ่ายต้องหันหน้าตรงเข้ากล้อง โปรดดู ตัวอย่างรูป ที่แสดงหน้าตรง และอื่นๆ
     
  • ผู้สมัครไม่ควรมองลงหรือมองไปด้านข้าง ขนาดของใบหน้าต้องมากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่รูป
     
  • รูปถ่ายจากด้านข้างและรูปถ่ายมุมไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
     
  • รูปถ่ายต้องเป็นรูปถ่ายสี บนพื้นหลังขาว รูปถ่ายบนพื้นหลังสีเข้ม หรือพื้นหลังที่มีลวดลาย ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
     
  • โดยทั่วไปแล้ว ศีรษะของผู้สมัคร รวมทั้งหน้า และผม ต้องแสดงพื้นที่จากส่วนบนถึงปลายคาง เห็นเส้นแนวผมและควรเห็นใบหูทั้งสองข้าง
     
  • สามารถใส่หมวกหรือเครื่องคลุมศีรษะได้ในกรณีที่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น แม้กระนั้น หมวกหรือเครื่องคลุมศีรษะต้องไม่ครอบคลุมบริเวณใบหน้าของผู้สมัคร
     
  • ต้องไม่มีแว่นตากันแดดหรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่จะบดบังใบหน้า ยกเว้นมีความจำเป็นต้องใส่ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ (เช่น แผ่นปิดตา เป็นต้น)
     
  • รูปถ่ายผู้สมัครที่สวมใส่หน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าตามประเพณีที่ทำให้ไม่สามารถแสดงใบหน้าได้ ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
     
  • รูปถ่ายของบุคคลที่ประกอบอาชีพทางทหาร การบิน หรือบุคคลากรอื่นๆ ที่ใส่หมวก ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้ รูปของผู้สมัครที่สวมใส่ชุดประจำเผ่า ชุดประจำชาติ หรืออุปกรณ์ประดับศีรษะที่ไม่ได้เกี่ยวกับกับศาสานาไม่สามารถใช้ในการสมัครได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครวีซ่า โปรดคลิกที่นี่

 

 

ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวท่านละ 4,200 บาท (140 USD)
ค่าธรรมเนียมในการซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เนท เพื่อสำหรับจอง
วันสัมภาษณ์ 360 บาท (12 USD)
(หมายเหตุ : 1 PIN สามารถใช้ได้สำหรับบุคคลในครอบครัว (ซึ่งพักอาศัยที่
อยู่เดียวกัน สูงสุดได้ 4 คน) และค่าบริการในการยื่นวีซ่า 15,000 บาท/ท่าน
รวม 19,560 บาท/ท่าน
**ทางบริษัทจะดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์มDS-160 ซื้อ PIN และ
จองวันนัดสัมภาษณ์ ตรวจเอกสาร และซ้อมการสัมภาษณ์ ให้เท่านั้น

ดาว์นโหลดฟอร์ม

 

DS-160 on line

ทำวีซ่าท่องเที่ยว : วีซ่าอเมริกา

 

America visa

EMBASSY OF AMERICA : สถานฑูตอเมริกา
( สำหรับยื่นวีซ่าอเมริกา )
ที่ตั้ง : 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพ 10330
Call Center : 001-800-13-202-2457

 

» ขั้นตอนในการยื่น ขอวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าอเมริกา

  • ขั้นตอนที่ 1 : การนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา
    การยื่น ขอวีซ่าอเมริกา จำเป็นต้องติดต่อการนัดสัมภาษณ์ ทำได้โดย
    วิธีที่1 : จองวันนัดสัมภาษณ์ ผ่านระบบ Call Center
    สามารถโทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ (Call Center) และการนัดสัมภาษณ์วีซ่า ได้ที่ หมายเลข 001-800-13-202-2457 และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อซื้อหมายเลขใช้เฉพาะ (PIN )
    อัตราค่าบริการ 12 USD. (PIN สามารถใช้ เพื่อโทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการข้อมูล และการนัดสัมภาษณ์ได้ 3 ครั้ง หากท่านต้องการโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 4 ท่านจะต้องซื้อหมายเลขใช้เฉพาะใหม่) ชำระเงินค่า PIN ผ่าน บัตรเครดิต

    วิธีที่2 : จองวันนัดสัมภาษณ์ ผ่าน Internet
    จองวันนัดสัมภาษณ์ online
    อัตราค่าบริการ 20 USD. (PIN สามารถใช้หมายเลขใช้ เฉพาะทางอินเตอร์เน็ตได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และจะสามารถเข้าระบบได้ นับจากวันที่นัดสัมภาษณ์วีซ่าอีก 1วัน จองและยกเลิกวันสัมภาษณ์ได้ 3 ครั้ง หากไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ภายใน 90 วันหมายเลขใช้เฉพาะทางอินเตอร์เน็ตจะหมดอายุลง โดยไม่สามารถขอคืนเงินได้) ชำระเงินค่า PIN ผ่าน บัตรเครดิต

    วิธีที่3 : ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะสามารถใช้ได้หลังจาก 13.00 น. ของวันทำการถัดไปเท่านั้น ชำระเงินค่า PIN ด้วยเงินสด

  • ขั้นตอนที่ 2 : จองวันสัมภาษณ์
    จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 4 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)

  • ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมเอกสารต่างๆ
    เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด

  • ขั้นตอนที่ 4 : ยื่นเรื่องที่สถานฑูต
    นำเอกสารที่เตรียมไว้ไป ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวัน - เวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย และดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ในสถานฑูต
  • ขั้นตอนที่ 5 : รับวีซ่า ผ่านทางไปรษณีย์
    หนังสือเดินทางทุกเล่ม จะส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ (ไม่นับวันสัมภาษณ์) และสถานที่ที่ให้จัดส่งพาสปอร์ตจะต้องเป็นที่ที่มีผู้ เซ็นต์รับเอกสาร มิฉะนั้นไปรษณีย์จะตีคืน แล้วต้องนำใบรับไปติดต่อรับเองที่ไปรษณีย์เอง ไปรษณีย์รองเมือง

» เอกสารที่ใช้ในการยื่น ขอวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าอเมริกา

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณานำมาแสดงด้วย)
  • รูปสี ขนาด 2 X 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ (ไม่อนุญาตใช้รูปถ่ายด่วน หรือ โพราลอยด์) ไม่มีการตกแต่งภาพถ่ายใดๆทิ้งสิ้น พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น และเห็นสัดส่วนใบหน้าเกิน 50% ของรูปถ่าย รูปถ่ายต้องนำไปสแกนเพื่อโหลดเข้าไปในฟอร์ม
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่ามูลค่า 4,200 บาท (สามารถซื้อได้ที่สำนักงานไปรษณีย์ทุกแห่ง)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ( สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร )
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ยื่นคำร้อง ที่มีอายุบัญชีมากกว่า 6 เดือน (หากเล่มปัจจุบันมีอายุไม่ถึง 6 เดือน ต้องถ่ายสำเนาเล่มเก่าทั้งเล่มด้วย) และหนังสือรับรองจากธนาคาร
  • หลักฐานทางด้านการทำงาน (เอกสารที่ยื่นวีซ่าทุกอย่าง จะต้องออกไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันเดินทาง)
  • ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นลูกจ้าง ข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทหรือหน่วยงานที่สังกัดเป็นภาษาอังกฤษตัวจริง ( ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน)
  • ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนการค้า
  • ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษา ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา เป็นภาษาอังกฤษตัวจริง
  • สำเนาทะเบียนสมรส หรือกรณีหย่า ขอสำเนาทะเบียนหย่า
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (กรณีที่เคยมีการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล)
  • กรณีผู้อยู่ใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงทะเบียนสมรส, หนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาสมุดเงินฝาก, ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชนของสามี
  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ได้เดินทางพร้อมบิดาหรือมารดา ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาสมุดเงินฝาก, ทะเบียนบ้าน, บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา - มารดาเพิ่มเติม และหนังสือให้ความยินยอมบุตรเดินทางกับบุคคลอื่นได้ ออกโดยอำเภอหรือสำนักงานเขต ถ้าบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรม ต้องมีสำเนามรณะบัตร
  • เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน, ที่ทำงาน, สถานศึกษา, เบอร์มือถือ ( จำเป็นมาก )
  • แบบฟอร์มยื่นวีซ่า DS160 จำเป็นจะต้องกรอกผ่านระบบ Online เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วให้ Print DS160 ออกมา 1 ชุด พร้อมทั้งเซ็นต์ชื่อ
  • คลิกเพื่อ พิมพ์ฟอร์ม DS 160
  • ใบจองตั๋วเครื่องบิน
  • ใบจองโรงแรม / ที่พัก

 


» ข้อมูลเพิ่มเติมในการยื่น ขอวีซ่าอเมริกา

  • วีซ่าท่องเที่ยวใช้เวลาทำการ 3 วันทำการ
  • เอกสาร และเวลาที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถานทูต
  • ควรกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้เรียบร้อยทุกข้อ เลขที่ประกันสังคม เลขบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ควรกรอกให้ครบ
  • นำเลขรหัสในฟอร์มใช้เป็นข้อมูลในการนัดสัมภาษณ์ คลิกที่นี่ เพื่อทำนัดอเมริกา ออนไลน์ อัพเดท ณ 12 พฤษภาคม 2553จองวันนัดสัมภาษณ์ online

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากท่านเป็นพลเมืองของประเทศ  36  ประเทศต่อไปนี้ ท่านสามารถเดินทางไปยังหรือผ่านประเทศสหรัฐฯ เพื่อการทำธุรกิจหรือท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องยื่นของวีซ่า โครงการละเว้นการขอวีซ่า ผู้ยื่นคำร้องละเว้นการขอวีซ่าจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้นานถึง 90 วันหรือน้อยกว่า ตราบเท่าที่ถือหนังสือเดินทางที่สามารถอ่านด้วยเครื่องได้ และตรงตามเงื่อนไขบางประการ
แอนดอร์ร่า2
ฮังการี3
เนเธอร์แลนด์
ออสเตรเลีย
ไอซ์แลนด์
นอร์เวย์
ออสเตรีย
ไอร์แลนด์
โปรตุเกส
เบลเยี่ยม
อิตาลี
ซาน มาริโน 2
บรูไน2
ญี่ปุ่น
สิงคโปร์
สาธารณรัฐเชค3
แลทเวีย3
สโลวาเกีย3
เดนมาร์ก
ลิกเตนสไตน์
สโลวีเนีย
แอสโทเนีย3
ลักเซมเบิร์ก
เกาหลีใต้3
ฟินแลนด์
โมนาโก
สเปน
ฝรั่งเศส
นิวซีแลนด์
สวีเดน
เยอรมนี
ลิทูเนีย3
สวิตเซอร์แลนด์
สหรราชอาณาจักร1
มอลต้า3
 กรีซ
 
1 พลเมืองของสหราชอาณาจักรหรือบุคคลในอาณัติของสหราชอาณาจักรที่มีบัตรประจำตัวประชาชนที่เรียกว่า “right of abode” เท่านั้น ที่มีคุณสมบัติในการเดินทางไปสหรัฐฯ ภายได้โครงการยกเว้นวีซ่า (visa waiver program)
2 หนังสือเดินทางจะต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนจากระยะเวลาการอยู่ในสหรัฐฯ ของท่าน
3 ผู้เดินทางจะต้องมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และได้รับอนุมัติการเดินทางจากระบบ ESTA เพื่อที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ ภายใต้โครงการยกเว้นวีซ่า (visa waiver program)

 
สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามโครงการละเว้นการขอวีซ่าทุกคน
การลงทะเบียนขออนุมัติการเดินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic System for Travel Authorization - ESTA) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2010 เป็นต้นไป จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน ESTA จำนวน 14 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าธรรมเนียมจะชำระโดยบัตรเครดิตทางระบบออนไลน์ ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการลงทะเบียน
การลงทะเบียน ESTA ที่มีอยู่เดิมจะสามารถใช้ได้จนถึงวันหมดอายุ
ท่านสามารถไปที่เว็บไซต์ https://esta.cbp.dhs.gov   เพื่อลงทะเบียนสมัครและชำระค่าธรรมเนียม โปรดทราบว่าการสมัครขอ ESTA ต้องกระทำก่อนการเดินทางไปสหรัฐฯ
 ผู้มีคุณสมบัติตามโครงการละเว้นการขอวีซ่าทุกคน ทุกระดับอายุ ต้องแสดงหนังสือเดินทาง ที่ประกอบด้วยข้อหนื่งข้อใดดังต่อไปนี้
  • หนังสือเดินทางที่สามารถอ่านด้วยเครื่อง ที่ออกให้ หรือ ต่ออายุ ก่อนวันที่ 26 ตุลาคม 2005
  • หนังสือเดินทางที่สามารถอ่านด้วยเครื่อง
  • ที่มีรูปถ่ายดิจิตอลของใบหน้าของผู้ถือหนังสือเดินทาง
  • พิมพ์อยู่บนหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง หรือ มีชิปวงจรรวม
  • ที่มีข้อมูลของหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง ที่ออกให้ หรือ ต่ออายุ ระหว่าง วันที่ 26
  • ตุลาคม 2005  ถึง วันที่ 25 ตุลาคม 2006 (โปรดทราบว่า
  • หนังสือเดินทางออสเตรเลียนที่มีภาพดิจิตอลประกอบด้านหลังนั้น ใช้ไม่ได้อีกต่อไป)
  • หนังสือเดินทางที่สามารถอ่านด้วยเครื่องอีเลคทรอนิก มีชิปวงจรรวม ที่มีข้อมูลของหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง ที่ออกให้ หรือ ต่ออายุ ระหว่าง หรือ หลัง วันที่ 25 ตุลาคม 2006
โปรดทราบว่า หนังสือเดินทางฉุกเฉิน หนังสือเดินทางชั่วคราว หนังสือเดินทางราชการและหนังสือเดินทางทูต ของประเทศที่เป็นสมาชิกโครงการยกเว้นวีซ่า (visa waiver program) จะต้องเป็นหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ผู้ถือหนังสือเดินทางฉุกเฉินหรือหนังสือเดินทางชั่วคราวที่ไม่ใช่แบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกให้หลังวันที่ 26 ตุลาคม 2006 จากประเทศสมาชิกโครงการยกเว้นวีซ่า (visa waiver program) จำเป็นต้องสมัครขอวีซ่าสหรัฐฯ หรือขอ waiver ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ
ข้อยกเว้น:  
ออสเตรียน: หากหนังสือเดินทางออสเตรียของท่าน ถูกออกให้หรือต่ออายุ ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2005 ถึง วันที่ 15 มิถุนายน 2006 ที่มีออสเตรียนวีซ่าพร้อมรูปถ่าย ดิจิตอลประกอบนี้ สามารถใช้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ โดยไม่ต้องใช้วีซ่าตามโครงการ VWP นอกเหนือจากข้อยกเว้นนี้ ผู้เดินทางทุกคนต้องมีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ โปรดทราบว่า หนังสือเดินทางออสเตรียของผู้เยาว์ ที่ถูกออกให้หรือต่ออายุ เมื่อ หรือ หลังวันที่ 26 ตุลาคม 2006  ที่ไม่มีชิปวงจรรวม จะใช้ในการเดินทาง ตามโครงการ VWP ไม่ได้ ผู้เยาว์นั้นต้องทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ยื่นคำร้องขอวีซ่า 
อิตาลี: หากหนังสือเดินทางอิตาลีของท่าน ถูกออกให้หรือต่ออายุ เมื่อ หรือ หลังวันที่ 26 ตุลาคม 2005 และประกอบด้วย รูปถ่ายดิจิตอล ถือว่าเป็นหนังสือเดินทางที่ใช้เดินทางได้ตามโครงการ VWP นอกเหนือจากนี้ ผู้เดินทางทุกคนต้องมีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ       
ฝรั่งเศส: หาก ท่านเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ เพื่อธุรกิจ หรือ การท่องเที่ยว โดยใช้หนังสือเดินทางฝรั่งเศส ที่ถูกออกให้ เมื่อ  หรือ หลังวันที่ 26 ตุลาคม 2005 ที่ไม่มีชิปวงจรรวม ท่านต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ หนังสือเดินทางฝรั่งเศสของท่านจะต้องมีสัญลักษณ์สีทองบนหน้าปก จึงจะเป็นหนังสือเดินทางอิเลคอรอนิกส์ หรือ ดีพาสปอร์ต ที่ใช้เดินทางได้ตามโครงการ VWP                             
เยอรมัน: สำหรับหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือ ฉุกเฉิน: กระทรวงแห่งความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) กำหนดว่า หนังสือเดินทางเยอรมันแบบชั่วคราว หรือ ฉุกเฉิน ใช้ไม่ได้ ตามโครงการ VWP ดังนั้นผู้ที่ถือหนังสือเดินทางเยอรมันแบบชั่วคราว หรือ ฉุกเฉิน ต้องมีหนังสือเดินทางเยอรมันฉบับธรรมดา เพื่อใช้เดินทางได้ตามโครงการ VWP หรือ มิฉะนั้น ต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ โปรดทราบว่า หนังสือเดินทางเยอรมันของผู้เยาว์  ที่ถูกออกให้หรือต่ออายุ เมื่อ หรือ หลังวันที่ 26 ตุลาคม 2006  ที่ไม่มีชิปวงจรรวม จะใช้ในการเดินทาง ตามโครงการ VWP ไม่ได้ ผู้เยาว์นั้นต้องทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ยื่นคำร้องขอวีซ่า
 
 
ข้อมูลวีซ่า
Visa Description
ผู้ยื่นคำร้องที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปจะต้องมีคุณสมบัติของตัวเองในการที่จะได้รับวีซ่าชั่วคราวประเภทธุรกิจหรือท่องเที่ยว
  วีซ่าเยี่ยมเยียนเป็นวีซ่าชั่วคราว สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อติดต่อธุรกิจชั่วคราว (B-1) หรือ เพื่อท่องเที่ยว หรือ เพื่อการรักษาพยาบาล (B-2) เช่น หากแผนการเดินทางของท่านคือ เพื่อไปประชุมด้านธุรกิจหรือเพื่อการประชุมด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา จัดการเรื่องที่ดิน หรือเจรจาสัญญา ท่านควรยื่นขอวีซ่าประเภทธุรกิจ หรือหากแผนการเดินทางของท่านคือ เพื่อไปท่องเที่ยวหรือหาความบันเทิง หาความเพลิดเพลิน เยี่ยมเพื่อนหรือญาติ พักผ่อน การรักษา กิจกรรมเชื่อมสัมพันธไมตรี งานสังคม หรือบริการ ท่านควรยื่นขอวีซ่าเยี่ยมเยียนเช่นกัน
 จุดประสงค์การเดินทางจะต้องเป็นไปเพื่อธุรกิจหรือเพื่อ การท่องเที่ยวอย่างเดียว มิฉะนั้นแล้ว ท่านจะไม่มีสิทธิเดินทางด้วยวีซ่านักธุรกิจ ท่านจะ ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ระหว่างที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้เงินค่าจ้างก็ตาม หากถือวีซ่านักธุกิจอยู่  และยังจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย โครงการหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือดูแลเด็ก ในฐานะพี่เลี้ยง
ข้อมูลทั่วไป:
1.       วีซ่าไม่ใช่เครื่องหมายรับประกันการเข้าสหรัฐฯ หน่วยงานศุลกากรและการป้องกันพรมแดนสหรัฐฯ(United States Customs and Border Protection - USCBP)ณ ด่านตรวจจะเป็นผู้ตัดสินว่า ท่านสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้หรือไม่ รวมถึงระยะเวลาที่ท่านมีสิทธิพำนักอยู่ในสหรัฐฯ
 2.       อายุของวีซ่า คือ ระยะเวลาที่ท่านสามารถใช้เพื่อเดินทางไปสหรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ขอวีซ่า จะสามารถพำนักในสหรัฐ ฯ ได้ตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า เจ้าหน้าที่ของ USCBP ณ ด่านตรวจจะเป็นผู้ตัดสินว่า ท่านสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้หรือไม่ รวมถึงระยะเวลาที่ท่านมีสิทธิพักอยู่ในสหรัฐฯ
 3.       ในระหว่างการเดินทาง บริษัทสายการบินหรือบริษัทเรือท่องเที่ยวจะให้ท่านกรอกแบบฟอร์ม I-94 สีขาวขนาดสั้น ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเดินทางของท่าน ท่านจะต้องกรอกและลงชื่อกำกับในแบบฟอร์มนี้ เมื่อท่านเดินทางเข้าสหรัฐฯ แบบฟอร์มนี้จะถูกติดด้วยลวดเย็บกระดาษลงในหนังสือเดินทางของท่าน โดยจะมีหมายเหตุจาก เจ้าหน้าที่ของ USCBP ที่แจ้งเกี่ยวกับระยะเวลาที่ท่านมีสิทธิพำนักอยู่ในสหรัฐฯ
หากท่านประสงค์ที่จะพำนักอยู่นานกว่านั้นยืดเวลาการพักอาศัยกับสำนักงานบริการพลเรือนอเมริกันและคนเข้าเมือง (United States Citizenship and Immigration Services - USCIS)  โดยการยื่นคำร้องของท่านไม่ได้เป็นเครื่องหมายรับประกันว่า ระยะเวลาที่ท่านมีสิทธิพำนักอยู่ในสหรัฐฯ จะถูกยืดออกไป
 เอกสารเพิ่มเติมที่จำเป็น (นอกเหนือจากเอกสารการยื่นคำร้องทั่วไป):
ลูกจ้างที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อร่วมเดินทางไปสหรัฐฯ พร้อมกับนายจ้าง จะต้องส่งสำเนาสัญญาการจ้างงาน พร้อมกับเอกสารคำร้องขอวีซ่า  
กรุณานำเอกสารด้านล่างมาด้วย
ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกท่านต้องยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอวีซ่าดังต่อไปนี้ หากยื่นคำร้องโดยมีเอกสารไม่ครบถ้วน คำร้องของท่านจะไม่ถูกพิจารณา!
1. หนังสือเดินทาง (passport) ที่ยังมีอายุอย่างน้อยหกเดือน   ก่อนระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะพำนักในประเทศสหรัฐฯหากมีบุคคลปรากฏในหนังสือเดินทางมากกว่าหนึ่งคนท่านจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าแยกสำหรับแต่ละบุคคลที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ  โปรดนำหนังสือเดินทางปัจจุบันของท่านที่ยังไม่หมดอายุและหนังสือเดินทางฉบับเก่าทีมีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯมาแสดงด้วย
2. หน้ายืนยันของแบบฟอร์ม DS-160  สำหรับผู้ยื่นคำร้องแต่ละคนทุกระดับอายุ โดยต้องกรอกแบบฟอร์มนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่  https://ceac.state.gov/genniv/ โปรดทราบว่า ท่านต้องกรอกแบบฟอร์ม      DS-160 นี้เป็นภาษาอังกฤษ หากท่านเดินทางมาถึงสถานทูตฯ โดยไม่ได้กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้เรียบร้อยเสียก่อน หรือเลือกชนิดของวีซ่าผิด ท่านจะไม่ได้รับการสัมภาษณ์วีซ่า เมื่อท่านพิมพ์หน้ายืนยันของแบบฟอร์มออกมาแล้ว โปรดตรวจดูบาร์โค้ดว่าชัดเจนหรือไม่ โปรดพิมพ์ใหม่หากพบว่าไม่ชัดเจน โปรดนำรูปถ่ายขนาด 5 X 5 เซ็นติเมตรมาด้วย ในกรณีที่ท่านอาจจำเป็นต้องยื่นรูปถ่ายตัวจริง หากในหน้ายืนยันของแบบฟอร์มของท่านไม่มีรูปถ่ายหรือมีรูปถ่ายแสดงอยู่ในหน้ายืนยัน ท่านควรเตรียมรูปถ่ายตัวจริงมาด้วย ในกรณีที่รูปของท่านจำเป็นต้องถูกสแกนลงในระบบอีกครั้งเพื่อแทนที่รูปถ่ายเดิมที่ใช้ไม่ได้   
3. รูปถ่ายขนาด 5 x 5 ซม. ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ของผู้ยื่นคำร้องแต่ละราย ทุกระดับอายุ ต้องถ่ายโดยใช้พื้นหลังสีขาว โดยผู้ยื่นคำร้องต้องมองตรงมาที่กล้อง เปิดหู ห้ามสวมแว่นตาดำหรือหมวก (เว้นแต่ศาสนาของผู้ยื่นคำร้องมีข้อห้ามถอดหมวก)  สัดส่วนใบหน้าต้องเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของรูปถ่าย ท่านชำระค่าคำร้องเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โปรดนำรูปถ่ายมาในวันสัมภาษณ์ แม้ว่าท่านได้อัพโหลดรูปถ่ายของท่านลงในแบบฟอร์ม DS-160 แล้ว หากรูปถ่ายดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถใช้ในกระบวนการสมัครได้ ท่านต้องยื่นรูปถ่ายจริงเพื่อทำการสแกนเข้าระบบ
4. เมื่อไปถึงสถานทูตในวันที่นัดหมายสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่า เฉพาะผู้ยื่นคำร้องที่ผ่านการสัมภาษณ์และได้รับวีซ่า ต้องซื้อซองที่มีบาร์โค้ดที่เคาน์เตอร์ย่อยรับส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ของสำนักงานไปรษณีย์ของประเทศไทยในราคา เจ็ดสิบห้า (75) บาท เจ้าหน้าที่สำนักงานไปรษณีย์จะเก็บที่อยู่สำหรับจัดส่งไปรษณีย์ พร้อมข้อมูลอื่นๆ ของผู้ยื่นคำร้อง และเชื่อมโยงไว้กับบาร์โค้ดบนซอง  
5.หลักฐานการชำระเงินของค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า   ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่า(ผู้สมัครวีซ่า)แต่ละท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า(ไม่คืนเงิน) ก่อนเข้ามาสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาที่สถานฑูต หรือสถานกงสุลตามวันนัดหมายของท่าน ท่านสามารถชำระเงินได้ที่ เคาน์เตอร์Pay at Post ณที่ทำการไปรษณีย์ทุกจังหวัดทั่วประเทศผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นใบเสร็จฉบับจริงแนบติดมาพร้อมกับคำร้องของวีซ่าแต่ละชุดเพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน:การชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่านี้เป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ  และถูกระบุอยู่ในใบคำร้อง และใบข้อมูลทั่วไปผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถเรียกเก็บเงินคืน เมื่อชำระเงินเกินจำนวนได้
โปรดทราบ: มีผลตั้งแต่วันที่4 มิถุนายน พ.ศ.2553 เป็นต้นไปอัตราค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวแต่ละประเภทจะแตกต่างกันดังตารางด้านล่าง ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าในสกุลเงินไทย ในอัตราที่เท่ากับเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯดังนี้
·          วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว เพื่อวัตถุประสงค์ธุรกิจ สัมมนา เยี่ยมเยียน ท่องเที่ยว นักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (วีซ่า B, F, J หรือ M): 140 เหรียญสหรัฐฯ
·          วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว วีซ่าประเภทผู้ทำงานชั่วคราว (วีซ่า H, L,O, P, Q หรือ R): 150 เหรียญสหรัฐฯ
·          วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว วีซ่าสำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนตามสนธิสัญญา (วีซ่า E): 390  เหรียญสหรัฐฯ
·          วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว วีซ่าสำหรับคู่หมั้น (วีซ่า K): 350 เหรียญสหรัฐฯ
·          วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวอื่นๆ: 140 เหรียญสหรัฐฯ
หากท่านไม่แน่ใจว่าต้องชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวแบบใดกรุณาเลือกชำระที่อัตราเท่ากับ140 เหรียญสหรัฐฯก่อนวันที่ท่านเข้ามาสัมภาษณ์วีซ่า เจ้าหน้าที่กงสุลที่สถานฑูต หรือสถานกงสุลจะพิจารณาและแจ้งท่านถึงการชำระส่วนต่าง
โปรดทราบว่าท่านไม่สามารถเรียกคืนค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าได้แม้ว่าท่านจะสัมภาษณ์วีซ่าไม่ผ่านก็ตามท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกครั้งที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่านอกจากนี้บริษัทไปรษณีย์ไทยไม่สามารถคืนเงิน และคืนเงินส่วนต่างกรณีที่ท่านชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าผิดประเภทได้ 
6. สำหรับผู้ยื่นคำร้องบางสัญชาติ และผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าบางประเภทต้องชำระค่าธรรมเนียมการออกวีซ่า โดยฝ่ายกงสุลจะแจ้งให้ท่านทราบสำหรับการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว ตลอดจนจำนวนเงินที่ต้องชำระ หลังจากทำการสัมภาษณ์แล้ว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://travel.state.gov/visa/fees/fees_3272.html.
7. แม้ว่าเอกสารต่อไปนี้จะไม่ใช่เอกสารที่กำหนดให้ต้องมีสำหรับการสัมภาษณ์วีซ่า ผู้สมัครสามารถนำเอกสารฉบับจริงที่ท่านเชื่อว่าสามารถแสดงถึง:
o        วัตถุประสงค์ของการเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาของท่าน
o        เอกสารยืนยันที่แสดงให้เห็นว่า ท่านมีเงินทุนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดขณะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแสดงถึงวิธีอื่นๆ ที่จะจัดการกับค่าใช้จ่าย เหล่านั้น
o        หลักฐาน แสดงความตั้งใจที่จะเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ของท่านเมื่อพ้นระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้
8. วีซ่าบางประเภทต้องใช้เอกสารประกอบพิเศษ เช่นวีซ่าสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนวีซ่าสำหรับนักเรียน หรือวีซ่าสำหรับผู้ไปทำงานชั่วคราวต้องยื่นเอกสารเหล่านี้พร้อมกับแบบฟอร์มยื่นคำร้องของท่าน  สถานกงสุลไม่มีเอกสารเหล่านี้ไว้ให้กับผู้ยื่นคำร้องผู้ยื่นคำร้องต้องขอรับจากองค์กรแลกเปลี่ยน โรงเรียนหรือนายจ้างของท่าน นักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และผู้เข้าร่วมโครงการ J-1 Summer Work and Travel และผู้ฝึกงาน ควรนำใบรับรองผลการศึกษาฉบับจริงที่ออกให้โดยสถานศึกษา มหาวิทยาลัย หรือชั้นมัธยมปลาย มาพร้อมกับแบบฟอร์มอื่นๆ ที่กำหนดด้วย
 
ทั้งนี้ การแสดงเอกสารหลักฐานเท็จ หรือการป้อนข้อมูลปลอมหรือไม่ถูกต้องลงในแบบฟอร์มการยื่นคำร้อง หรือต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ อาจทำให้ท่านกลายเป็นบุคคลที่หมดสิทธิ์ ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างถาวร
 
 การซื้อค่า sevis
 
 ต้องมีการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ท่านที่สถานฑูต จะไม่มีการออกวีซ่าให้ หากไม่มีใบเสร็จการชำระเงินค่าบริการ SEVIS นี้
 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์
http://www.ice.gov/sevis

 

ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) หมายถึงอะไร?

กระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ จะเก็บค่าบริการตามคำสั่งของรัฐสภา เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS)

นักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องเสียค่าบริการนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่อจัดการ และบำรุงรักษาระบบข้อมูลของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้อง และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานสำหรับโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจะทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นสำหรับโรงเรียนและนักเรียน โดยจะให้บริการโครงการที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการรายงานข้อมูล และความช่วยเหลือ

 

การจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับเก็บรวบรวม รักษา และจัดการข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างที่เข้า พักอาศัย และออกจากสหรัฐฯ โดยจะใช้เพื่อบันทึกและติดตามการชำระค่าบริการ I-901

 
ค่าบริการนี้เป็นแบบจ่ายเงินคืนหรือไม่?

ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) นี้เป็นแบบไม่จ่ายเงินคืน ตามที่ได้อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เมื่อมีการชำระค่าบริการ

 
ใครบ้างที่จะต้องชำระค่าบริการ
 

ผู้ที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ ในฐานะนักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน โดยต้องใช้แบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 สำหรับชำระค่าธรรมเนียม

 
ใครบ้างที่ไม่ต้องชำระค่าบริการ
·         นักศึกษาหรือผู้ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

o        ได้เริ่มเรียนในสถานศึกษาหรือเข้าร่วมโครงการที่มีแบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 ลงวันที่ก่อน 1 กันยายน 2004

o        ผู้ที่ยังไม่จบโครงการ รวมทั้งนักศึกษาที่โอนย้ายสถานศึกษาหรือเปลี่ยนระดับหลักสูตร และ

o        ได้รักษาสถานะแล้ว

·         คู่สมรสหรือลูกที่มีวีซ่าประเภท F-2, J-2 หรือ M-2

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้วแต่ถูกปฏิเสธวีซ่าและกำลังจะสมัครวีซ่า ชนิดเดียวกันอีกครั้งภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ถูกปฏิเสธวีซ่า (ผู้สมัครวีซ่าเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต้องสมัครโครงการชนิดเดียวกันเหมือนการสมัครครั้งก่อน และค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 จะต้องเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่ชำระไปก่อนหน้า)

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้ว แต่ถูกปฏิเสธการเปลี่ยนสถานะ และกำลังยื่นคำร้อง motion to reopen

·         สำหรับผู้ถือวีซ่าชนิด M ที่ออกจากสถานะไปแล้ว แต่กำลังจะสมัครขอ reinstatement ภายในระยะเวลา 5 เดือนหลังการละเมิดสถานะ (status violation)

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่าชนิด J ที่ถูกออกจากสถานะด้วยเหตุผลปลีกย่อยหรือเหตุผลทางเทคนิค (minor or technical reasons) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ให้คำจำกัดความไว้ใน http://exchanges.state.gov/education/jexchanges/participation/change.htm

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่มีรหัสโครงการขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3

 

ต้องมีการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ท่านที่สถานฑูต จะไม่มีการออกวีซ่าให้ หากไม่มีใบเสร็จการชำระเงินค่าบริการ SEVIS นี้

 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์
http://www.ice.gov/sevis

 
ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) หมายถึงอะไร?

กระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ จะเก็บค่าบริการตามคำสั่งของรัฐสภา เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS)

นักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องเสียค่าบริการนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่อจัดการ และบำรุงรักษาระบบข้อมูลของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้อง และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานสำหรับโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจะทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นสำหรับโรงเรียนและนักเรียน โดยจะให้บริการโครงการที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการรายงานข้อมูล และความช่วยเหลือ

 

การจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับเก็บรวบรวม รักษา และจัดการข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างที่เข้า พักอาศัย และออกจากสหรัฐฯ โดยจะใช้เพื่อบันทึกและติดตามการชำระค่าบริการ I-901

 
ค่าบริการนี้เป็นแบบจ่ายเงินคืนหรือไม่?

ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) นี้เป็นแบบไม่จ่ายเงินคืน ตามที่ได้อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เมื่อมีการชำระค่าบริการ

 
ใครบ้างที่จะต้องชำระค่าบริการ
 

ผู้ที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ ในฐานะนักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน โดยต้องใช้แบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 สำหรับชำระค่าธรรมเนียม

 
ใครบ้างที่ไม่ต้องชำระค่าบริการ

·         นักศึกษาหรือผู้ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

o        ได้เริ่มเรียนในสถานศึกษาหรือเข้าร่วมโครงการที่มีแบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 ลงวันที่ก่อน 1 กันยายน 2004

o        ผู้ที่ยังไม่จบโครงการ รวมทั้งนักศึกษาที่โอนย้ายสถานศึกษาหรือเปลี่ยนระดับหลักสูตร และ

o        ได้รักษาสถานะแล้ว

·         คู่สมรสหรือลูกที่มีวีซ่าประเภท F-2, J-2 หรือ M-2

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้วแต่ถูกปฏิเสธวีซ่าและกำลังจะสมัครวีซ่า ชนิดเดียวกันอีกครั้งภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ถูกปฏิเสธวีซ่า (ผู้สมัครวีซ่าเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต้องสมัครโครงการชนิดเดียวกันเหมือนการสมัครครั้งก่อน และค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 จะต้องเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่ชำระไปก่อนหน้า)

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้ว แต่ถูกปฏิเสธการเปลี่ยนสถานะ และกำลังยื่นคำร้อง motion to reopen

·         สำหรับผู้ถือวีซ่าชนิด M ที่ออกจากสถานะไปแล้ว แต่กำลังจะสมัครขอ reinstatement ภายในระยะเวลา 5 เดือนหลังการละเมิดสถานะ (status violation)

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่าชนิด J ที่ถูกออกจากสถานะด้วยเหตุผลปลีกย่อยหรือเหตุผลทางเทคนิค (minor or technical reasons) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ให้คำจำกัดความไว้ใน http://exchanges.state.gov/education/jexchanges/participation/change.htm

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่มีรหัสโครงการขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3

 
 
 
ค่าบริการราคาเท่าใด
 

ค่าธรรมเนียม SEVIS ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ตามที่กำหนดไว้โดย SEVP (Student and Exchange Visitor Program) นักศึกษาที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ก่อนวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในส่วนที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เดินทางหรือสมัครวีซ่าก็ตาม

 
โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียม SEVIS ไม่สามารถคืนเงินได้
 
การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเดิม
ค่าธรรมเนียมใหม่
ผู้สมัครวีซ่านักเรียน
$100
$200
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่
$100
$180

ผู้เข้าร่วมโครงการ Au Pair, Camp Counselors, Summer Work/Travel

$35
$35
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
$0
$0
การออกใบรับรองประสิทธิภาพให้สถานศึกษา
$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
$350
$655

การออกใบรับรองประสิทธิภาพใหม่ให้สถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$0
$0

การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนเจ้าของสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมวิทยาเขตเพิ่มเติม
$350
$655
 

ผู้สมัครสามารถดูว่าตนเข้าร่วมโครงการประเภทใดได้จาก ข้อที่ 4 “Exchange Visitor Category” ของแบบฟอร์ม DS-2019 หากในแบบฟอร์มดังกล่าวแจ้งว่าเป็นโครงการ Summer work/travel program, Au pair program หรือ Camp counselor program ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

                                       
ผู้ที่จะได้สถานะนักเรียนหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เมื่อใด?

ผู้ยื่นคำร้องที่ต้องการวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ต้องชำระค่าบริการนี้ก่อนจะไปที่สถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่า

 

ผู้ยื่นคำร้องซึ่งเป็นพลเมืองของแคนาดา เบอร์มิวดา บาฮามาส และผู้อยู่อาศัยในเกาะบางแห่งซึ่งต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F-1, F-3, M-1, M-3 หรือ J-1 ณ ด่านตรวจเพื่อเข้าสู่สหรัฐฯ ต้องชำระและดำเนินการเรื่องค่าบริการ SEVIS ก่อนจะมาแสดงตนที่ด่านตรวจ

 

ผู้อยู่ชั่วคราวซึ่งพักอยู่ในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ต้องชำระค่าบริการก่อนที่จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะ

 
ชำระค่าบริการด้วยวิธีการใดได้บ้าง?
 
ต้องชำระค่าบริการเมื่อใด?

ต้องชำระค่าบริการนานมากพอก่อนที่จะสัมภาษณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินที่ชำระไปนั้นจะถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนการสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่กงสุลผู้สัมภาษณ์จะเป็นผู้ยืนยันว่ามีการชำระค่าบริการแล้ว ด้วยการเข้าไปที่ระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เพื่อให้ระบบมีเวลาประมวลผลที่มากพอ ต้องชำระค่าบริการ:

•       เวลาใดก็ได้ก่อนวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าสำหรับการส่งเรื่องทางอินเทอร์เน็ต   ท่านสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันที หากได้ยื่นแบบฟอร์ม I-901 ทางออนไลน์ และชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และท่านยังจะได้รับใบเสร็จรับเงินที่พิมพ์บนแบบฟอร์ม I-797 ในจดหมายด้วย หากท่านเลือกที่จะชำระด้วยเช็คหรือธนาณัติ ท่านต้องพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน และเผื่อเวลาไว้ประมาณสองสัปดาห์ที่เงินของท่านจะถูกส่งมาที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และอีกสองสัปดาห์ที่ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินทางจดหมาย

•       อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนที่จะสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการส่งเรื่องทางจดหมาย เพื่อเผื่อเวลาในการจัดส่งมายังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ตามที่อยู่ที่แสดงไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เวลาที่เผื่อไว้นี้สำหรับให้เงินที่ชำระไปนั้นถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) อย่างเรียบร้อย  กรุณาเผื่อเวลาไว้อีกสองสัปดาห์เพื่อรับใบเสร็จรับเงินก่อนการสัมภาษณ์

 
จะตรวจสอบการชำระเงินได้อย่างไร?
  • เงินที่ชำระจะถูกบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) แต่ขอแนะนำให้นำแบบฟอร์ม I-797 หรือใบเสร็จรับเงินที่สร้างขึ้นทางอินเทอร์เน็ตติดตัวไปด้วยในการสัมภาษณ์ขอวีซ่า
  • ผู้ที่ยื่นเรื่องผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีที่ชำระ
  • กระทรวงความมั่นคงภายในจะออกใบเสร็จรับเงินฉบับทางการ (I-797) ให้สำหรับการชำระเงินทั้งหมดที่ได้รับ
  • ท่านสามารถขอบริการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน I-797 แบบด่วนได้ โดยชำระเพิ่มอีก 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ฉันมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้หรือไม่?
 

นักเรียนมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้นานสูงสุด 12 เดือน หลังจากที่จบหลักสูตรทั้งหมดตามที่บังคับสำหรับจบการศึกษา OPT แยกออกจากงานด้านการศึกษาของนักเรียน และมักจะไม่ถูกรวมอยู่ในการพิจารณาวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนของนักเรียน นักเรียนที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) จะต้องมีแบบฟอร์ม I-20 พร้อมวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนที่ผ่านมาแล้ว   เจ้าหน้าที่โรงเรียนที่ได้รับแต่งตั้งจะต้องทำหมายเหตุประกอบแบบฟอร์ม I-20 เพื่อแสดงการอนุมัติโปรแกรม OPT ซึ่งจะขยายวันออกไปจากวันสิ้นสุดโปรแกรมการศึกษาปกติ

 
 
การต่อสถานะนักเรียน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวF-1, F-3, M-1 หรือ M-3 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS)ก่อนที่จะ

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ เมื่อวีซ่าหมดสถานะนานกว่า 5 เดือน หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่หรือกลับเข้าสู่สหรัฐฯ หลังออกจากประเทศนานกว่า 5 เดือน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการไปศึกษาในต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าเป็นประเภท F, M หรือ J ยกเว้นการเปลี่ยนสถานะระหว่างประเภท F -1 และ F-3 หรือระหว่างประเภท M-1 และ M-3
 
การต่อสถานะผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว J-1 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะ:

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากที่ได้มีการละเมิดกฎอย่างแท้จริง หรือ
  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากหมดสถานะวีซ่าระหว่าง 121 ถึง 269 วัน หรือ
  • ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เว้นแต่ประเภทใหม่ที่ขอเปลี่ยนนี้ได้รับยกเว้นการชำระค่าบริการ (โปรแกรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางซึ่งรหัสโปรแกรมขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3)
 
แบบฟอร์มหลักฐานการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่ได้รับการยอมรับได้แก่:

1.)      ใบเสร็จรับเงิน I-901

2.)      ใบเสร็จรับเงินที่ส่งทางไปรษณีย์

3.)      ใบเสร็จรับเงินจากเวสเทิร์น ยูเนียน

 

สนใจทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์http://www.ice.gov/sevis
 

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าบริการ I-901 กรุณาติดต่อสำนักงานที่ดูแลโครงการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่โทรศัพท์หมายเลข 800.892.4829 ต่อศูนย์ให้ความช่วยเหลือ SEVIS หรือติดต่อทางอีเมล์ที่ SEVIS.Source@dhs.gov

 

ต้องมีการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ท่านที่สถานฑูต จะไม่มีการออกวีซ่าให้ หากไม่มีใบเสร็จการชำระเงินค่าบริการ SEVIS นี้

 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์
http://www.ice.gov/sevis

 
ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) หมายถึงอะไร?

กระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ จะเก็บค่าบริการตามคำสั่งของรัฐสภา เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS)

นักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องเสียค่าบริการนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่อจัดการ และบำรุงรักษาระบบข้อมูลของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้อง และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานสำหรับโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจะทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นสำหรับโรงเรียนและนักเรียน โดยจะให้บริการโครงการที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการรายงานข้อมูล และความช่วยเหลือ

 

การจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับเก็บรวบรวม รักษา และจัดการข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างที่เข้า พักอาศัย และออกจากสหรัฐฯ โดยจะใช้เพื่อบันทึกและติดตามการชำระค่าบริการ I-901

 
ค่าบริการนี้เป็นแบบจ่ายเงินคืนหรือไม่?

ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) นี้เป็นแบบไม่จ่ายเงินคืน ตามที่ได้อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เมื่อมีการชำระค่าบริการ

 
ใครบ้างที่จะต้องชำระค่าบริการ
 

ผู้ที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ ในฐานะนักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน โดยต้องใช้แบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 สำหรับชำระค่าธรรมเนียม

 
ใครบ้างที่ไม่ต้องชำระค่าบริการ

·         นักศึกษาหรือผู้ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

o        ได้เริ่มเรียนในสถานศึกษาหรือเข้าร่วมโครงการที่มีแบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 ลงวันที่ก่อน 1 กันยายน 2004

o        ผู้ที่ยังไม่จบโครงการ รวมทั้งนักศึกษาที่โอนย้ายสถานศึกษาหรือเปลี่ยนระดับหลักสูตร และ

o        ได้รักษาสถานะแล้ว

·         คู่สมรสหรือลูกที่มีวีซ่าประเภท F-2, J-2 หรือ M-2

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้วแต่ถูกปฏิเสธวีซ่าและกำลังจะสมัครวีซ่า ชนิดเดียวกันอีกครั้งภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ถูกปฏิเสธวีซ่า (ผู้สมัครวีซ่าเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต้องสมัครโครงการชนิดเดียวกันเหมือนการสมัครครั้งก่อน และค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 จะต้องเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่ชำระไปก่อนหน้า)

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้ว แต่ถูกปฏิเสธการเปลี่ยนสถานะ และกำลังยื่นคำร้อง motion to reopen

·         สำหรับผู้ถือวีซ่าชนิด M ที่ออกจากสถานะไปแล้ว แต่กำลังจะสมัครขอ reinstatement ภายในระยะเวลา 5 เดือนหลังการละเมิดสถานะ (status violation)

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่าชนิด J ที่ถูกออกจากสถานะด้วยเหตุผลปลีกย่อยหรือเหตุผลทางเทคนิค (minor or technical reasons) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ให้คำจำกัดความไว้ใน http://exchanges.state.gov/education/jexchanges/participation/change.htm

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่มีรหัสโครงการขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3

 
 
 
ค่าบริการราคาเท่าใด
 

ค่าธรรมเนียม SEVIS ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ตามที่กำหนดไว้โดย SEVP (Student and Exchange Visitor Program) นักศึกษาที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ก่อนวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในส่วนที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เดินทางหรือสมัครวีซ่าก็ตาม

 
โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียม SEVIS ไม่สามารถคืนเงินได้
 
การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเดิม
ค่าธรรมเนียมใหม่
ผู้สมัครวีซ่านักเรียน
$100
$200
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่
$100
$180

ผู้เข้าร่วมโครงการ Au Pair, Camp Counselors, Summer Work/Travel

$35
$35
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
$0
$0
การออกใบรับรองประสิทธิภาพให้สถานศึกษา
$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
$350
$655

การออกใบรับรองประสิทธิภาพใหม่ให้สถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$0
$0

การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนเจ้าของสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมวิทยาเขตเพิ่มเติม
$350
$655
 

ผู้สมัครสามารถดูว่าตนเข้าร่วมโครงการประเภทใดได้จาก ข้อที่ 4 “Exchange Visitor Category” ของแบบฟอร์ม DS-2019 หากในแบบฟอร์มดังกล่าวแจ้งว่าเป็นโครงการ Summer work/travel program, Au pair program หรือ Camp counselor program ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

                                       
ผู้ที่จะได้สถานะนักเรียนหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เมื่อใด?

ผู้ยื่นคำร้องที่ต้องการวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ต้องชำระค่าบริการนี้ก่อนจะไปที่สถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่า

 

ผู้ยื่นคำร้องซึ่งเป็นพลเมืองของแคนาดา เบอร์มิวดา บาฮามาส และผู้อยู่อาศัยในเกาะบางแห่งซึ่งต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F-1, F-3, M-1, M-3 หรือ J-1 ณ ด่านตรวจเพื่อเข้าสู่สหรัฐฯ ต้องชำระและดำเนินการเรื่องค่าบริการ SEVIS ก่อนจะมาแสดงตนที่ด่านตรวจ

 

ผู้อยู่ชั่วคราวซึ่งพักอยู่ในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ต้องชำระค่าบริการก่อนที่จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะ

 
ชำระค่าบริการด้วยวิธีการใดได้บ้าง?
 
ต้องชำระค่าบริการเมื่อใด?

ต้องชำระค่าบริการนานมากพอก่อนที่จะสัมภาษณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินที่ชำระไปนั้นจะถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนการสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่กงสุลผู้สัมภาษณ์จะเป็นผู้ยืนยันว่ามีการชำระค่าบริการแล้ว ด้วยการเข้าไปที่ระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เพื่อให้ระบบมีเวลาประมวลผลที่มากพอ ต้องชำระค่าบริการ:

•       เวลาใดก็ได้ก่อนวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าสำหรับการส่งเรื่องทางอินเทอร์เน็ต   ท่านสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันที หากได้ยื่นแบบฟอร์ม I-901 ทางออนไลน์ และชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และท่านยังจะได้รับใบเสร็จรับเงินที่พิมพ์บนแบบฟอร์ม I-797 ในจดหมายด้วย หากท่านเลือกที่จะชำระด้วยเช็คหรือธนาณัติ ท่านต้องพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน และเผื่อเวลาไว้ประมาณสองสัปดาห์ที่เงินของท่านจะถูกส่งมาที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และอีกสองสัปดาห์ที่ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินทางจดหมาย

•       อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนที่จะสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการส่งเรื่องทางจดหมาย เพื่อเผื่อเวลาในการจัดส่งมายังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ตามที่อยู่ที่แสดงไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เวลาที่เผื่อไว้นี้สำหรับให้เงินที่ชำระไปนั้นถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) อย่างเรียบร้อย  กรุณาเผื่อเวลาไว้อีกสองสัปดาห์เพื่อรับใบเสร็จรับเงินก่อนการสัมภาษณ์

 
จะตรวจสอบการชำระเงินได้อย่างไร?
  • เงินที่ชำระจะถูกบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) แต่ขอแนะนำให้นำแบบฟอร์ม I-797 หรือใบเสร็จรับเงินที่สร้างขึ้นทางอินเทอร์เน็ตติดตัวไปด้วยในการสัมภาษณ์ขอวีซ่า
  • ผู้ที่ยื่นเรื่องผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีที่ชำระ
  • กระทรวงความมั่นคงภายในจะออกใบเสร็จรับเงินฉบับทางการ (I-797) ให้สำหรับการชำระเงินทั้งหมดที่ได้รับ
  • ท่านสามารถขอบริการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน I-797 แบบด่วนได้ โดยชำระเพิ่มอีก 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ฉันมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้หรือไม่?
 

นักเรียนมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้นานสูงสุด 12 เดือน หลังจากที่จบหลักสูตรทั้งหมดตามที่บังคับสำหรับจบการศึกษา OPT แยกออกจากงานด้านการศึกษาของนักเรียน และมักจะไม่ถูกรวมอยู่ในการพิจารณาวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนของนักเรียน นักเรียนที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) จะต้องมีแบบฟอร์ม I-20 พร้อมวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนที่ผ่านมาแล้ว   เจ้าหน้าที่โรงเรียนที่ได้รับแต่งตั้งจะต้องทำหมายเหตุประกอบแบบฟอร์ม I-20 เพื่อแสดงการอนุมัติโปรแกรม OPT ซึ่งจะขยายวันออกไปจากวันสิ้นสุดโปรแกรมการศึกษาปกติ

 
 
การต่อสถานะนักเรียน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวF-1, F-3, M-1 หรือ M-3 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS)ก่อนที่จะ

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ เมื่อวีซ่าหมดสถานะนานกว่า 5 เดือน หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่หรือกลับเข้าสู่สหรัฐฯ หลังออกจากประเทศนานกว่า 5 เดือน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการไปศึกษาในต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าเป็นประเภท F, M หรือ J ยกเว้นการเปลี่ยนสถานะระหว่างประเภท F -1 และ F-3 หรือระหว่างประเภท M-1 และ M-3
 
การต่อสถานะผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว J-1 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะ:

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากที่ได้มีการละเมิดกฎอย่างแท้จริง หรือ
  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากหมดสถานะวีซ่าระหว่าง 121 ถึง 269 วัน หรือ
  • ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เว้นแต่ประเภทใหม่ที่ขอเปลี่ยนนี้ได้รับยกเว้นการชำระค่าบริการ (โปรแกรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางซึ่งรหัสโปรแกรมขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3)
 
แบบฟอร์มหลักฐานการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่ได้รับการยอมรับได้แก่:

1.)      ใบเสร็จรับเงิน I-901

2.)      ใบเสร็จรับเงินที่ส่งทางไปรษณีย์

3.)      ใบเสร็จรับเงินจากเวสเทิร์น ยูเนียน

 

สนใจทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์http://www.ice.gov/sevis
 

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าบริการ I-901 กรุณาติดต่อสำนักงานที่ดูแลโครงการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่โทรศัพท์หมายเลข 800.892.4829 ต่อศูนย์ให้ความช่วยเหลือ SEVIS หรือติดต่อทางอีเมล์ที่ SEVIS.Source@dhs.gov

 

ต้องมีการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ท่านที่สถานฑูต จะไม่มีการออกวีซ่าให้ หากไม่มีใบเสร็จการชำระเงินค่าบริการ SEVIS นี้

 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์
http://www.ice.gov/sevis

 
ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) หมายถึงอะไร?

กระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ จะเก็บค่าบริการตามคำสั่งของรัฐสภา เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS)

นักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องเสียค่าบริการนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่อจัดการ และบำรุงรักษาระบบข้อมูลของโครงการนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (SEVIS) สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้อง และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานสำหรับโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจะทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นสำหรับโรงเรียนและนักเรียน โดยจะให้บริการโครงการที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการรายงานข้อมูล และความช่วยเหลือ

 

การจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับเก็บรวบรวม รักษา และจัดการข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างที่เข้า พักอาศัย และออกจากสหรัฐฯ โดยจะใช้เพื่อบันทึกและติดตามการชำระค่าบริการ I-901

 
ค่าบริการนี้เป็นแบบจ่ายเงินคืนหรือไม่?

ค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) นี้เป็นแบบไม่จ่ายเงินคืน ตามที่ได้อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เมื่อมีการชำระค่าบริการ

 
ใครบ้างที่จะต้องชำระค่าบริการ
 

ผู้ที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ ในฐานะนักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน โดยต้องใช้แบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 สำหรับชำระค่าธรรมเนียม

 
ใครบ้างที่ไม่ต้องชำระค่าบริการ

·         นักศึกษาหรือผู้ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

o        ได้เริ่มเรียนในสถานศึกษาหรือเข้าร่วมโครงการที่มีแบบฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 ลงวันที่ก่อน 1 กันยายน 2004

o        ผู้ที่ยังไม่จบโครงการ รวมทั้งนักศึกษาที่โอนย้ายสถานศึกษาหรือเปลี่ยนระดับหลักสูตร และ

o        ได้รักษาสถานะแล้ว

·         คู่สมรสหรือลูกที่มีวีซ่าประเภท F-2, J-2 หรือ M-2

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้วแต่ถูกปฏิเสธวีซ่าและกำลังจะสมัครวีซ่า ชนิดเดียวกันอีกครั้งภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ถูกปฏิเสธวีซ่า (ผู้สมัครวีซ่าเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต้องสมัครโครงการชนิดเดียวกันเหมือนการสมัครครั้งก่อน และค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 จะต้องเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่ชำระไปก่อนหน้า)

·         ผู้สมัครวีซ่าที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 แล้ว แต่ถูกปฏิเสธการเปลี่ยนสถานะ และกำลังยื่นคำร้อง motion to reopen

·         สำหรับผู้ถือวีซ่าชนิด M ที่ออกจากสถานะไปแล้ว แต่กำลังจะสมัครขอ reinstatement ภายในระยะเวลา 5 เดือนหลังการละเมิดสถานะ (status violation)

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่าชนิด J ที่ถูกออกจากสถานะด้วยเหตุผลปลีกย่อยหรือเหตุผลทางเทคนิค (minor or technical reasons) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ให้คำจำกัดความไว้ใน http://exchanges.state.gov/education/jexchanges/participation/change.htm

·         ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่มีรหัสโครงการขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3

 
 
 
ค่าบริการราคาเท่าใด
 

ค่าธรรมเนียม SEVIS ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ตามที่กำหนดไว้โดย SEVP (Student and Exchange Visitor Program) นักศึกษาที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ก่อนวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในส่วนที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เดินทางหรือสมัครวีซ่าก็ตาม

 
โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียม SEVIS ไม่สามารถคืนเงินได้
 
การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเดิม
ค่าธรรมเนียมใหม่
ผู้สมัครวีซ่านักเรียน
$100
$200
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่
$100
$180

ผู้เข้าร่วมโครงการ Au Pair, Camp Counselors, Summer Work/Travel

$35
$35
ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
$0
$0
การออกใบรับรองประสิทธิภาพให้สถานศึกษา
$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
$350
$655

การออกใบรับรองประสิทธิภาพใหม่ให้สถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$0
$0

การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนเจ้าของสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองภายใต้โครงการ SEVP

$230
$1,700
การตรวจเยี่ยมวิทยาเขตเพิ่มเติม
$350
$655
 

ผู้สมัครสามารถดูว่าตนเข้าร่วมโครงการประเภทใดได้จาก ข้อที่ 4 “Exchange Visitor Category” ของแบบฟอร์ม DS-2019 หากในแบบฟอร์มดังกล่าวแจ้งว่าเป็นโครงการ Summer work/travel program, Au pair program หรือ Camp counselor program ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

                                       
ผู้ที่จะได้สถานะนักเรียนหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เมื่อใด?

ผู้ยื่นคำร้องที่ต้องการวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ต้องชำระค่าบริการนี้ก่อนจะไปที่สถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่า

 

ผู้ยื่นคำร้องซึ่งเป็นพลเมืองของแคนาดา เบอร์มิวดา บาฮามาส และผู้อยู่อาศัยในเกาะบางแห่งซึ่งต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F-1, F-3, M-1, M-3 หรือ J-1 ณ ด่านตรวจเพื่อเข้าสู่สหรัฐฯ ต้องชำระและดำเนินการเรื่องค่าบริการ SEVIS ก่อนจะมาแสดงตนที่ด่านตรวจ

 

ผู้อยู่ชั่วคราวซึ่งพักอยู่ในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ต้องชำระค่าบริการก่อนที่จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะ

 
ชำระค่าบริการด้วยวิธีการใดได้บ้าง?
 
ต้องชำระค่าบริการเมื่อใด?

ต้องชำระค่าบริการนานมากพอก่อนที่จะสัมภาษณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินที่ชำระไปนั้นจะถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนการสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่กงสุลผู้สัมภาษณ์จะเป็นผู้ยืนยันว่ามีการชำระค่าบริการแล้ว ด้วยการเข้าไปที่ระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) เพื่อให้ระบบมีเวลาประมวลผลที่มากพอ ต้องชำระค่าบริการ:

•       เวลาใดก็ได้ก่อนวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าสำหรับการส่งเรื่องทางอินเทอร์เน็ต   ท่านสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันที หากได้ยื่นแบบฟอร์ม I-901 ทางออนไลน์ และชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และท่านยังจะได้รับใบเสร็จรับเงินที่พิมพ์บนแบบฟอร์ม I-797 ในจดหมายด้วย หากท่านเลือกที่จะชำระด้วยเช็คหรือธนาณัติ ท่านต้องพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน และเผื่อเวลาไว้ประมาณสองสัปดาห์ที่เงินของท่านจะถูกส่งมาที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และอีกสองสัปดาห์ที่ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินทางจดหมาย

•       อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนที่จะสัมภาษณ์ขอวีซ่าในวันเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการส่งเรื่องทางจดหมาย เพื่อเผื่อเวลาในการจัดส่งมายังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ตามที่อยู่ที่แสดงไว้ในแบบฟอร์ม I-901 เวลาที่เผื่อไว้นี้สำหรับให้เงินที่ชำระไปนั้นถูกฝากและบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) อย่างเรียบร้อย  กรุณาเผื่อเวลาไว้อีกสองสัปดาห์เพื่อรับใบเสร็จรับเงินก่อนการสัมภาษณ์

 
จะตรวจสอบการชำระเงินได้อย่างไร?
  • เงินที่ชำระจะถูกบันทึกลงในระบบการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) แต่ขอแนะนำให้นำแบบฟอร์ม I-797 หรือใบเสร็จรับเงินที่สร้างขึ้นทางอินเทอร์เน็ตติดตัวไปด้วยในการสัมภาษณ์ขอวีซ่า
  • ผู้ที่ยื่นเรื่องผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีที่ชำระ
  • กระทรวงความมั่นคงภายในจะออกใบเสร็จรับเงินฉบับทางการ (I-797) ให้สำหรับการชำระเงินทั้งหมดที่ได้รับ
  • ท่านสามารถขอบริการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน I-797 แบบด่วนได้ โดยชำระเพิ่มอีก 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ฉันมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้หรือไม่?
 

นักเรียนมีสิทธิที่จะฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) ได้นานสูงสุด 12 เดือน หลังจากที่จบหลักสูตรทั้งหมดตามที่บังคับสำหรับจบการศึกษา OPT แยกออกจากงานด้านการศึกษาของนักเรียน และมักจะไม่ถูกรวมอยู่ในการพิจารณาวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนของนักเรียน นักเรียนที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามเลือก (OPT) จะต้องมีแบบฟอร์ม I-20 พร้อมวันสิ้นสุดโปรแกรมการเรียนที่ผ่านมาแล้ว   เจ้าหน้าที่โรงเรียนที่ได้รับแต่งตั้งจะต้องทำหมายเหตุประกอบแบบฟอร์ม I-20 เพื่อแสดงการอนุมัติโปรแกรม OPT ซึ่งจะขยายวันออกไปจากวันสิ้นสุดโปรแกรมการศึกษาปกติ

 
 
การต่อสถานะนักเรียน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวF-1, F-3, M-1 หรือ M-3 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS)ก่อนที่จะ

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ เมื่อวีซ่าหมดสถานะนานกว่า 5 เดือน หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่หรือกลับเข้าสู่สหรัฐฯ หลังออกจากประเทศนานกว่า 5 เดือน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการไปศึกษาในต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต หรือ
  • เมื่อยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าเป็นประเภท F, M หรือ J ยกเว้นการเปลี่ยนสถานะระหว่างประเภท F -1 และ F-3 หรือระหว่างประเภท M-1 และ M-3
 
การต่อสถานะผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

ผู้ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว J-1 ที่ได้เริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบโปรแกรม จะต้องชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ก่อนที่จะ:

  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากที่ได้มีการละเมิดกฎอย่างแท้จริง หรือ
  • ยื่นคำร้องขอคืนสิทธิกลับเข้ามาใหม่ หลังจากหมดสถานะวีซ่าระหว่าง 121 ถึง 269 วัน หรือ
  • ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เว้นแต่ประเภทใหม่ที่ขอเปลี่ยนนี้ได้รับยกเว้นการชำระค่าบริการ (โปรแกรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางซึ่งรหัสโปรแกรมขึ้นต้นด้วย G-1, G-2 หรือ G-3)
 
แบบฟอร์มหลักฐานการชำระค่าบริการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่ได้รับการยอมรับได้แก่:

1.)      ใบเสร็จรับเงิน I-901

2.)      ใบเสร็จรับเงินที่ส่งทางไปรษณีย์

3.)      ใบเสร็จรับเงินจากเวสเทิร์น ยูเนียน

 

สนใจทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมนี้กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์http://www.ice.gov/sevis
 

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าบริการ I-901 กรุณาติดต่อสำนักงานที่ดูแลโครงการการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (SEVIS) ที่โทรศัพท์หมายเลข 800.892.4829 ต่อศูนย์ให้ความช่วยเหลือ SEVIS หรือติดต่อทางอีเมล์ที่ SEVIS.Source@dhs.gov



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *





Copyright © 2010 All Rights Reserved.